counter 14,300

sweet jinme

 

 

 

 

อันนี้เป็นการเก็บรวบรวม ทรานจินเมะ เก่าๆ ที่พี่แอนแปลไว้ กลัวเวปพี่เค้าจะหายม๊าก มาก เพราะเดี๋ยวนี้พี่แอนไม่ค่อยอัพ เลยเอามาลงไดตะเอง จินคาเมะน่ารักที่สุด ถึงทำให้เราตกหลุมคู่นี้มา จาหกปีแล้ว ^^

 

พีวีตัวใหม่ Don't U Ever Stop สุดยอดเลยอะ จินหล่อ สวยมาก คาเมะก้อสวยทุกคนดูดี เป็นที่สุด เพลงมันส์ พีวีไฮโซได้อีก ตอนดูนี่แบบอ๊ากก จะละลายเลยทีเดียว กรี๊ดกร๊าด บ้าคลั่งอยู่หน้าจอคอมคนเดียวเหมือนคนบ้า 555

 

ส่วนแจงที่ถามว่าไดนี้มันไดของข้าพเจ้าจริงๆรึทำไมมีแต่เรื่อง คิบอม คิเฮ เอสเจ คัตตุน 555 ไดของข้าพเจ้าอะถูกแล้ว แต่เอาไว้อัพเรื่องหนุ่มๆ อะผิดด้วยเรอะ ชีวิตช้านออกจะน่าเบื่อ แกจะอยากรุรัยนักหนา ไดเนี๊ยะช้านตั้งใจเอาไว้เก็บทรานเฟ้ย อย่าถามมาก ^^

 

อ่าแพล่มมาเยอะละ เรามาเข้าสู่อาณาจักรความรักของจินคาเมะ กันดีกว่า โดโซะ



2001年~2005年・仁亀雑誌レポート
**ข้อความทั้งหมดที่เราเขียนเราแปลมาจากหนังสือนะคะ เราไม่ได้แต่งขึ้นมาเองหรืออะไรทั้งนั้น ใครไม่ได้ชอบจินคาเมะ ไม่อยากอ่านก็ข้ามไปได้ค่ะ
ส่วนแฟนๆจินคาเมะ จริงๆมันมีอีกนะ แล้วเราจะทยอยเอามาลงนะคะ

ในรายการวิทยุของ คันจานิ8 คันจานิคุยกับจินจินถึงเรื่องคาเมะค่ะ แล้วพูดไปพูดมาก็รู้ว่า จินจิน ว่างจัดชอบ โทร.ไปหาคาเมะแล้วก็ถามว่าอยู่ไหนแล้ว แล้วก็วางหูไป ใครคนนึงก็ไม่รู้(รายการวิทยุไม่เห็นหน้าอ่า) ก็เรยพูดขึ้นมาว่า 「พวกนายคบกันอยู่รึไรห๊าเนี่ย++!!」
(รายการวิทยุ คันจานิ8)

คาเมะ 「พักนี้ ทาคิซาว่าคุงสอนอะไรพวกเราเยอะแยะเลยเนอะ」
จิน 「อืมใช่ ทั้งเรื่องคอนเสิร์ตแล้วก็อื่นๆด้วย」
คาเมะ 「อืม พอดูอย่างนั้นแล้ว ฉันรู้สึกว่าจินน่ะ เป็นพวกให้ความร่วมมือดีนะ」
จิน 「ยังงั้นหรอ?
คาเมะ 「อือ ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้ดีไง」
จิน 「ถ้าจะพูดอย่างนั้น คาเมะก็เป็นคนคอยเชื่อมกลุ่มพวกเราไง เป็นคนคอยพูดอะไรตลอดเวลา พอฉันเห็นแบบนั้นแล้วก็คิดนะว่า จะแพ้ไม่ได้」
คาเมะ 「อ่า รู้สึกแปลกๆเนอะ จู่ๆมาพุดเรื่องทางการกันแบบนี้ 555」
จิน 「ก็นะ อย่างเวลาไปกินข้าวด้วยกัน หรืออะไร ก็ไม่เคยพูดเรื่องงานเลยใช่มั้ยล่ะ
555 ถึงจะพูด ก็จะแบบ แป๊บเดียวเลิก 555 สำหรับฉันแล้วน่ะนะ คาเมะน่ะ แน่นอนแหละว่าเป็นเพื่อนที่ดี แล้วก็เป็นคู่แข่งในความหมายที่ดีด้วยนะ」
คาเมะ 「ฉันก็เหมือนกัน สำหรับฉันแล้ว จินน่ะ มีส่วนที่ถึงจะไม่ต้องพูดออกมาเป็นคำพูดก็เข้าใจกันและกันได้ แล้วก็ ให้อิทธิพลอะไรดีๆกับฉันด้วย」
จิน 「ก็ถ้าอยากให้คัททุน โตขึ้น เราก็ต้องทำให้ตัวเองโตขึ้นก่อน แล้วก้เรื่องคู่แข่งเนี่ยมันก็สำคัญนะ งั้นจากนี้ไป ฝากตัวด้วย 555」
คาเมะ 「ทางนี้ต่างหากล่ะ
(Johnny's Jr. Meikan 2003)

จิน 「ขี้โกงเน่!!!!」 「ฉันก็อยากเหมือนกานอ่ะ」
อันนี้ ที่จินจินพูดในฮาดากะค่ะ ตอนที่คุซาโนะกอดคาเมะ ห้าห้า
แต่ว่าจะหมายถึงอยากกอดใครหรืออยากให้คุกอด ลอง หาคำตอบกันเอง หุหุ จินจิน มะก่อนน่ารักอ่า ( - ^-)
(Hadaka no Shounen 2003)

อันนี้ก็ในรายการเหมือนกันเน้อ เป็นช่วงตอนคริสมาส แล้วเค้าให้ชูแผ่นป้ายว่าอยากทำอะไร

คาเมะ :อยากอยู่กับเค้า 2 คนในคืนคริสมาสต์

คาซาม่า 「หรอ กับคนที่เป็นหวัดรึเปล่า?」
หลังจากนั้นสตูดิโอก็เงียบไปพักนึง แล้วก็มีเสียงคนจามขึ้นมา ...คงรู้ใช่ม้ยว่าใคร
ก็ จินจิน งัยล่า ☆彡°。(*^▽^*)ゞ
(Hadaka no Shounen 2002-2003)

พี 「ฉันน่ะ นานๆทีก้มีคนบอกว่า เหมือนคาเมะ จังเลยด้วยนะ」
คาเมะ 「เอ๊ะ เป็นไปไม่ได้หรอก...」
พี 「เป็นไปได้สิ จริงๆนะ จินน่ะชอบบอกฉันบ่อยๆว่า บรรยากาศเวลาอยู่กับฉันแล้ว
เหมือนเวลาอยู่กับคาเมะมาก 」
คาเมะ 「เหมือนตรงไหนอ๊า ฉันน่ะนะ ชอบเวลายามะพีทำงานมาก
เหมือนมีเสน่ห์ดึงดูดเข้าไปในงานยังงั้น แต่ฉันน่ะ เอาแต่คิดว่า ต้องทำๆ แล้วก็
จะเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำ จนคนมองว่าไอ้นี่น่ารำคาญ พอเทียบกับยามะพีแล้ว
นะ ผมดูแย่ไปเลย 」
(โฮ่ๆ สรุปก็คือ ไม่รู้ว่า เหมือน ของจิน มันคืออะไรเหมือนนะเนี่ย
(TV Pia 2005/10 ค่า ตอนสัมภาษณ์เกี่ยวกับโนบุตะ)

จิน 「เมื่อก่อน บ้านคาเมะทำชาชูอร่อยมากเลย หลังจากฉันไปกินนะ หลังจากนั้นทุกคน โทมะ ฮาซะจุน ก็แห่มากินบ้านนายกันเพียบเลยจำได้เปล่า」
คาเมะ 「เออ ใช่ ๆ」
จิน 「หลังจากนั้น ฉันก็เอาไปบอกยามะพี แต่ยามะพีว่าไงรู้มั้ย เค้าบอกว่า บ้านฉันก็อร่อย มากินสิล่ะ ฮ่า ๆ เป็นพวกไม่ยอมแพ้ใครจริงๆ」
(จำไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าเป็น 2005 ตอนปลายปีจ้า...)

จิน to คาเมะ「จริงๆแล้ว นายชอบฉันใช่มั้ย?」

คอลัมน์นี้เป็นของ Wink Up ค่ะ ทุกคนคงเคยเห็นล่ะมั้ง จะให้คัททุนผลัดกัน ส่งคำถามถึงทุกคนในวง คนละเดือน เริ่มจากคาเมะ แล้วก็จบที่จินเน้อ เพราะฉะนั้นเลยไม่มีคำตอบที่คาเมะตอบค่ะ...(ก็มันจบที่จินอ่ะ...
(WINK UP 2004/จำเดือนไม่ได้แล้วค่า)

คาเมะ 「จินชอบ โทรศัพท์มาหาผมครับ โทร.มาอยู่ได้ทุกคืน พอผมจะวางก็ไม่ให้วางด้วยนะ คงไม่ได้เป็นห่วงอะไรผมนักหรอกมั้ง สงสัยจะว่างจัดเลยโทร.มาอยู่ได้... 」
(WINK UP เช่นกันจ้า..2003 แต่เดือนอะไรเราจำไม่ได้ละ)
จิน 「เราก็สนิทกันมา 6-7 ปีแล้วนะ」
คาเมะ 「อืออ」
จิน 「แล้วมีเรื่องอะไรมั่งระหว่างเรา 2 คนที่ยังจำได้แม่นๆมั่งมะ」
คาเมะ 「ก็...เรื่องนั้นไง...ที่นายมาขอฉันแลกรองเท้า ฉันยังจำได้อยุ่เลยนะ ว่าฉันอ่ะอุตส่าห์ไปซื้อคู่ใหม่มาเพื่อแลกกับนายแต่นายน่ะสิดันเอาคู่เก่ากึ๊กมาให้ฉัน แต่ช่างเถอะนะ หลังจากนั้นพอคอนเสิร์ต ฉันก็ไปเห็นไอ้คู่ที่ฉันให้นายไปอ่ะ อยู่ที่เท้ายามะพี... ก็เลยเข้าไปถามยามะพีว่า เอามาไงล่ะนั่น ยามะพีก็บอกว่าจินให้มาใส่ พอฉันกลับมถามนาย นายก็บอกฉันว่า นายเปล่า ยังงเงี้ยจำได้มั้ย ห๊ะ」
จิน「เอ่อ...จำไม่ได้นะเนี่ย แต่เฮ้ย ชั้นเปล่าจริงๆ....」
(แพมเฟลต คอนโจรสลัดจ้า....)

จม.จากแฟนๆ 「ทำไมทั้ง 2 คนชอบสบตากันจัง หรือว่าจะรักกันจริงๆหรอคะ!」
จิน「คำถามแบบนี้ผมไม่ตอบนะครับ....」 
คาเมะ 「ก็จินน่ะ ชอบมาสบตาฉันก่อน ฉันก็เลยสบตากลับยังไงล่ะ 」
จิน 「เฮ้ย จะบ้าหรอ ถ้าคนอ่านเค้าคิดกันจริงจังก้แย่สิฟะ นายนี่」
(MYOJO 2004/04)

จิน「เฮ้อ ก็นายดันนอนไปซะก่อนทิ้งฉันอยู่ในโอฟุโระ(อ่างอาบน้ำญี่ปุ่น)คนเดียวเลยดูสิ นายไม่เข้ามาด้วย ห้องน้ำมันก็เลยดูมืดๆ น่ากลัวชะมัดเลย 」
คาเมะ 「ก็ฉันง่วงนี่นา.......」
(MYOJO 2003/4)

ถ้าจะให้ไปเที่ยวอยากไปไหนมากสุด?
จิน 「อืม ตอนนี้หรอ ไปนั่งกระเช้าข้ามภูเขาล่ะมั้งครับ ก็ถ้าจะพาคาเมะไปด้วย หมอนั่นนั่งโรลเลอร์โคสเตอร์ไม่ได้นี่นะ อยากจะให้ไปเห็นที่สูงๆกับเค้ามั่ง 」
(อันนี้จำนิตยาสารไม่ได้แล้วค่า.. 2002年)


ถ้าเกิดว่าไปติดเกาะร้างจะเอาอะไรไป?
จิน 「จะเอาคาเมะไปครับ」
(2004年9月 นิตยาสารจำมะได้แย้วค่า)

คอลัมน์ 赤亀メール ของ MJOJO
ฉันกับเพื่อนรักกันมากค่ะ แล้วอาคานิชิคุงกับ คาเมะจัง
ก็เป็นเพื่อนสนิทกันมานานแล้ว มีอะไรผูกพันกันได้นานขนาดนี้คะเนี่ย
คาเมะ 「ด้ายแดงครับ 」
(2003年)

คอลัมน์ 赤亀メール ของ MJOJO2
คาเมะ 「สวัสดีครับบ อาคานิชิ คาสึยะ ครับบ」
จิน 「เฮ้ย มั่วแล้ว」
คาเมะ 「โทษทีๆ..มันเผลอพูดออกไป 」
(2004年8月 MYOJO)

จิน 「คาเมะ เคยส่งเมลที่เป็นไฟล์วีดีโอผ่านทางมือถือรึเปล่า」
คาเมะ 「ไม่อ่ะ...」
จิน 「งั้นลองส่งมั้ย เดี๋ยวฉันก็จะส่งเหมือนกัน」คาเมะ(อัดวีดีโออยู่) 「กินข้าวรึยางงง ตอนนี้อยู่ที่เกาะ สนุกมากๆๆ」
จิน(อัดวีดีโอคล้ายๆกับคาเมะ)
คาเมะ 「เหยย มีเมลมา อ้าวจินส่งมาให้ฉันนี่ เมื่อกี้ก็ส่งให้จินไป」
จิน 「5 5 5」
คาเมะ 「จินน เกิดมา ฉันก็เพิ่งเคยมี BF(Boyfriend)ครั้งแรกเนี่ยแหละ」
จิน 「หรอ ดีแล้ว ดีใจด้วย ฮ่า ๆ」
(2004年8月 MYOJO)

จิน 「หยุดหน้าร้อนนี้ไปไหนกันดี」
คาเมะ 「อืมม ทะเล!」
จิน 「ถ้าไปทะเล ก็ไม่ไปทัวร์นะ ไปกันเองดีกว่า อาจจะไม่ได้อยุ่ที่หรูๆน่ะนะ
อีกอย่างพวกจัดการข้าวของ แล้วก็อาหาร คาเมะทำให้ละกันนะ 」
(2001年 จำนิตยาสารไม่ได้ค่า)

ยูอิจิ 「เฮ้ยย 2 คนนั้นทำอะไรกันอยู่ รีบๆมาเร็ว」
จิน 「คนเค้ากำลังสวีทกันอยู่อย่าเพิ่งเรียกได้มะ 」
(2003年 First Concert)

คาเมะ 「พักนี้จินสนิทกับยูจังเลย ฉันก็รู้อ่ะนะว่าไม่ได้มีอะไรกัน
แต่คุยอะไรกันหนาเหรอ」
จิน 「โธ่ ก็พอนายโทร.มา ฉันก็รีบไปหานายแล้วไง」
(2004年 MYOJO)

จิน:ถ้าไม่ใช่คนที่คบกับคาเมะมานานอย่างผม คนอื่นน่ะ ไม่มีวันที่จะเข้าใจหรอก
(DUET)

คาเมะ: ที่นั่นมันน่าไปซะที่ไหนเล่า!!
(มีจม.จากผู้อ่านเข้ามาถามว่า ”มีที่เดทที่ไหนดีๆน่าไปมั่งมั้ยคะ” จินเรยตอบว่า บ้านคาเมะครับ พวกแกไปกันบ่อยล่ะสิ)
(MYOJOคอลัมน์ จินคาเมะเมล)

คาเมะ: พักนี้ไปเดทที่ไหนมั่งรึเปล่า
จิน: ก็ แมกที่รปปงงิไง...กับคาเมะน่ะนะ (มายก๊อด กะล่อนสุดยอด...)
คาเมะ:............เหอะ ไม่ได้ไปซักหน่อย
(Hadaka no Shonen)

คาเมะ: ในอัลบั้มรวมภาพน่ะ จินหล่อมากเรยนะ
จิน:ไม่หรอกคาเมะต่างหาก
คาเมะ: ไม่อ่ะจินนั่นแหละ
จิน:คาเมะนั่นแหละ
คาเมะ: จิน
จิน:คาเมะ..(แล้วภาพก็ตัดมาที่อีก 4 คนกำลังยืนตะลึง 55)

...(โฆษณาหนังสือรวมภาพน่ะแหละค่ะ...ในรายการไหน จำมะได้ 55 แต่มันจะเถียงกันเพื่อคะเนี่ย!)

คาเมะ: เป็นของฉันคนเดียวนะ!
(คุณหมอคาเมะใน Shonen Club ค่า)

คาเมะ: ตอนวันเกิดจินน่ะ ผมโทร.ไปหาตั้งแต่เที่ยงคืนเลยนะครับ
(MYOJO 2004年9月)

จิน: เมื่อวันก่อนคาเมะมาค้างบ้านผมด้วยล่ะ เราพูดกันถึงเรื่องงาน เรื่องชีวิต แล้วผมก็พาขับรถพาออกไปซื้อของกินที่คอมบินี่ครับ (แกช่วยเตรียมของกินไว้ด้ายมะ!)
(นิตยาสารจำไม่ได้แล้วอ่า.. 2004年12月)

จิน: เฮ้อ ตอนแรกได้ยินมาว่าคาเมะขับรถห่วยล่ะ
คาเมะ: แล้วยังไงล่ะ
จิน: ก็พอไปนั่งจริงๆแล้วก็ไม่ได้ห่วยขนาดน้าน...
คาเมะ:
(แสดงว่าไปนั่งมาแล้วใช่มะ!?)
(MYOJO 2004年)

คาเมะ: ตอนนี้ต้องตื่นเช้ามากเลย พอถ่ายทำโกคุเซนแล้วมันไกลบ้านมาก
จิน: อือ จริงด้วย สงสัยต้องไปเช่าคอนโดแถวนั้นอยู่ละ
คาเมะ: เออ ดีดี เป็นความคิดที่ดีมากเลย จะได้ไปเร็วๆ อืม..แต่เดี๋ยว!ให้ไปเช่าอยู่กัน 2 คน ไม่เอาหรอกนะ....แอะ
จิน:เออ ฉันก็ไม่เอา (หัวเราะ)
(อายไปได้...แหม
(DUET 2005年01年)

แฟนๆ :จินคุงเหมาะกับชุดสูทที่สุดเลย!
แฟนๆ2 : จินคุงเหมาะกับคาเมะที่สุดเลย!
ก็เลยได้รูปออกมาอย่างทีเห็นค่ะ ที่เป็นรูปจินคาเมะแต่งงานใน MYOJO เค้าให้แฟนๆรีเควสมาค่ะ ว่าชอบแบบไหน แต่ตากล้องมือดีก็จับมารวมกันซะงั้น
ได้ข่าวว่า 2 รีเควสนี้ไม่ได้เกี่ยวกันเล้ย...แถมท้ายตรงนี้คาเมะเค้าบอกว่า[คาเมะ: อายจังเลย ร้องเท้าก็ส้นสูงคงไม่มีเจ้าสาวที่ไหนสูงๆแล้วก็ไหล่กว้างแบบผมหรอก!YY]ด้วยล่ะ น่าร้าก 55
(MYOJO 2005年06年)

คาเมะ: มันก้เป็นเรื่องไม่น่าแปลก แต่ว่าผมเป็นคนที่ไม่ทิ้งของที่ได้จากคนอื่นมานะครับ ผทพยายามเก็บไว้เท่าที่ผมจะเก็บได้ทุกอย่างเลย แล้วก็อาจจะนานไปแล้วแต่ว่าตอนที่ไปทำรายการกับอาคานิชิที่โอกินาว่าน่ะ ตอนนั้นผมได้ทำ T-shirt คู่กะเค้าเอาไว้ด้วย จนถึงตอนนี้แล้ว ผมก็ยังเก็บมันอย่างดีเลยล่ะครับ เพราะมันมีความทรงจำอยู่มากมาย ผมชอบเก็บของแห่งความทรงจำน่ะ
(POTATO 2005年11年)

จิน: รักนะ คาเมะนาชิ!
(TV Guide 2006年03年)

อันสุดท้ายนี่ขอแถมท้ายค่ะ ฮ่า ๆ ทีวีไกด์เค้าเอาเบื้องหลังอุตะวาระมาลง แล้วทำเป็นรูปๆ ส่วนรูปที่จินนั่งหันหน้าเข้าหาคาเมะน่ะ เค้าทำเป็นจินพูดว่า รักนะ คาเมะนาชิ! จะคิดกันยังไงก็คิดกันเองเล้ย..5 5 + (อ้วน!..คราวหน้าอย่าซุบซิบแค่เฉพาะเบื้องหลังนะ) อ้อ อ่านกันตั้งแต่ Part1 แล้วบอกกันด้วยนะคะ ว่าชอบอันไหนมากสุด แหะๆ

「Kame&Yao」VS「Jin&Yabu」

「นี่ฮิคารุ หยิบน้ำผลไม้ตรงนั้นให้หน่อยจิ」
「ครับ」
「ขอบคุณ เอาขนมให้ด้วยๆ」
「อันนี้หรอครับ」
「ไม่ๆ อันด้านขวาอ่ะ」

「โอ๊ พวกนาย 2 คนสนิทกันตั้งกะมะไหร่เนี่ย」

「ทำไม พวกเราก็สนิทกันนานแล้วเน้อ」
「เน้อ」

「ฮึ...ตั้งแต่ฮิคารุเข้ามา ก็คิดมาตลอดว่าเป็นน้องชายที่แสนน่ารัก ดีล่ะ ต้องให้พวกนั้นเห็นว่าเราอ่ะ สนิทไม่แพ้กันหรอกนะ 」

น่าแปลก แต่ว่ามันต้องมีเหตุผลค่ะ....

คาเมะ 「ดีมั้ย ฮิคารุ พวกเราต้องมาพยายามด้วยกันไม่ให้แพ้ 2 คนนั่น」
「อ่ะ อือ...」
คาเมะ 「ทำไม มีอะไรหรอ」
「ก็ ทำไมต้องแบ่งพวกด้วยหว่า สนิทกันหมดเลยไม่ได้หรอ..」
คาเมะ 「บะ บ้า ก้ไม่ได้หมายความว่าทะเลาะอะไรกันซักหน่อย นายนั่นแหละไม่เจ็บใจมั่งหรอ อะไรอะไร ก็จินกับยาบุ พวกเรารักกันที่สุดโลกใครๆก็พูดกันแบบเนี้ย 」
「ผมไม่เห็นรุ้สึกอะไรเลยนี่ครับ」
คาเมะ 「โอ๊ย ช่วยเจ็บใจหน่อยสิ」

ความจริงก็คือ คาเมะเค้าน้อยใจค่ะ ที่ในนิตยาสารแล้วก็แฟนๆต่างเอาแต่พูดถึงจินกับยาบุกันทั้งนั้น....

คาเมะ 「ก็...ตั้งแต่มีคัททุนมา ปกติแล้ว ก็ต้องเป็น คู่ จินคาเมะใช่มั้ย แล้วเนี้ย ดูตอนนี้สิ ไอ้บ้าจิน...วันๆก้เอาแต่ ยาบุ♥ยาบุ♥」
คาเมะ 「ทั้งๆที่เมื่อก่อน เป็นฉันแท้ๆ.....」
คาเมะ 「หึ ช่างเหอะ ที่พูดมาทั้งหมด ล้อเล่นไปซะครึ่งล่ะนะ ความจริงก็คือ พอเห็นจินกับยาบุอยู่ด้วยกันแล้วนะ ดูท่าทางสนุกดี ก็เลยคิดว่าอยากมีน้องมั่งก็แค่นั้นเองแหละ แล้วฮิคารุ ก็น่ารักไม่แพ้ยาบุเลยนะ แล้วก็บ้านเกิดอยู่ที่เซนไดด้วย ถ้าวันไหนคัททุนหรือพวก จูเนียร์ไปเซนไดล่ะก็อย่าลืมพาไปกินร้านเนื้ออร่อยๆนะ」

คาเมะ 「ฮิคารุ พี่คิดเรื่องดีๆออกแล้วล่ะ」
「อะไรหรอครับ」
คาเมะ 「เหะๆ อยากฟังใช่มั้ยล่า」
「เอ่อ จริงๆก็ไม่ค่อย」
คาเมะ 「อะไรกัน อุตส่าห์คิดตั้งนานอ่า」
「ง่ะ ฟังก็ได้ ฟังก้ได้....(ใครเป็นพี่กันแน่เนี่ย)」
คาเมะ 「ก็คือยังงี้ ต่อจากนี้ไป ฮิคารุก็ต้องมีงานที่โตเกียวใช่มั้ยล่ะ ตอนนั้นก็มาค้างที่บ้านพี่ก็ได้ไง หึหึ อย่างจินน่ะ ถึงจะรักกับยาบุแค่ไหนก็ไม่มีวันเอายาบุมานอนที่บ้านได้หรอกกกกกก แล้วทีนี้ทุกคนก็จะคิดว่า ฮิคารุกับฉัน รักกันที่สุด」
「อือ..........ม」

จิน 「นี่ยาบุ จริงๆแล้วชื่อพี่ก็ขึ้นต้นด้วย a นะ」
「เอ๊ แล้วไงล่ะครับ..」
จิน 「ก็ถึงยาโอจะเข้ามาเป็น y คนที่ 3 แต่ a ยังว่างตั้ง 1 ตัวแน่ะ แล้วพี่ก็ อาคานิชิ ก็ เอ ใช่มั้ยล่ะ เพราะงั้น จะไปเข้า ยายาย่า ละนะ」
「เอ่อ.. แต่พี่เป็น เอ ของ คัททุน นะครับ」
จิน 「โธ่ พี่ก็เป็นทั้ง 2 ที่ก็ได้ ตัวใหญ่ กับตัวเล็ก มันไม่เหมือนกัน ไม่เป็นไร ฮ่าๆ 」

Takizawa Hideaki : Wink Up 06/03
「เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ไปดูดรีมบอยส์กับนางาเสะคุงครับ แล้วพอดีถึงฉากที่คาเมะนาชิกับอาคานิชิทะเลาะกัน นางาเสะคุงก็ถามผมว่า เอ๊ะ!ความจริงแล้ว 2 คนนี้เค้าสนิทกันรึเปล่า ผมก็เลยบอกนางาเสะคุงไปว่า ของแบบนี้ถามเจ้าตัวเองดีกว่า หลังจากจบดรีมบอยส์ นางาเสะคุงก็กังวลอยุ่นั่นแหละไม่ไปถามซักที ผมเลยไปถามให้เองเลย แล้ว 2 คนนั่นก็หันมาตอบผมว่าเล่นๆว่า ”ครึ่งๆ!!”แล้วก็หัวเราะกันใหญ่เลย จนผมเดินออกมานอกห้องแล้วก็ยังหัวเราะอยู่นั่นแหละ นางาเสะคุงเลยถามผมว่า จะดีเหรอ เกิดเราไปทำให้เค้ายิ่งแตกแยกจะทำยังไง (หัวเราะ)แหม เป็นรุ่นพี่ต้องทำอะไรแล้วหนักแน่นครับ!!」

โฮ่ ๆ ไปอ่านเจอมาค่า เลยเอามาลงให้อ่านกัน


Tv Guide 18.2.06 ~ 24.2.06 (อันนี้ตามคำขอของคุณ มนนะคะ ..

จินจิน 「..พวกเราพออายุย่างเข้า 10 กว่าๆก็เป็นผู้ใหญ่แล้วนะครับ ผมคิดว่าอาจจะเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่ก่อนเซจินเสียด้วยซ้ำ คาเมะเองก็เหมือนกัน ก้อยากจะบอกว่างานเซจินก็เป็นแค่ส่วนนึงที่ต้องทำเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าพอเซจินแล้วจะกลายเป็นผู้ใหญ่นะ แต่มันหมายถึงการปฏิบัติตัวของเรา รู้จักรับผิดชอบด้วยตัวเอง การมีความเชื่อมันในตัวเองต่างหากล่ะที่บ่งบอกถึงความเป็นผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่น่ะไม่ได้หมายถึงอายุนะ แต่ว่าเมื่อเราได้รู้จักทำงานรับผิดชอบอะไรมากขึ้นแล้วก็คือเราได้โตขึ้น
ทำตัวเองให้สนุกสนานบ้างมันก็สำคัญแหละนะ มาพยายามด้วยกันนะ

คุณจินขรา ไม่ต้องห่วงคาเมะเค้าแบบนั้นร้อก คาเมะเค้าเป็นผู้ใหญ่อยู่แร้วล่ะเน้อ ห่วงตัวเองก่อน อิอิ (จินมานอวยพรให้คาเมะด้วยอ่ะ คนอื่นไม่มีเล้ย...น่ารักจริงๆ


กี๊สสสสสสสสส อะไรมันจะเยอะแยะ ยาวยืดขนาดนี้เนี่ย! สุดท้ายเราก็โพสเกือบทุกอันไม่ได้ ต้องขอโทษด้วย ฮือๆ เพราะมันชักจะยาวเกินเหตุแล้ว คนอ่านคงอยากตายมากกว่า 5 5 5+ ไปละค่ะ ลาไปเล่นเกม

 

CREDIT:http://isekiya1.blog47.fc2.com


sweet jinme

 

 

 

 

อันนี้เป็นการเก็บรวบรวม ทรานจินเมะ เก่าๆ ที่พี่แอนแปลไว้ กลัวเวปพี่เค้าจะหายม๊าก มาก เพราะเดี๋ยวนี้พี่แอนไม่ค่อยอัพ เลยเอามาลงไดตะเอง จินคาเมะน่ารักที่สุด ถึงทำให้เราตกหลุมคู่นี้มา จาหกปีแล้ว ^^

 

พีวีตัวใหม่ Don't U Ever Stop สุดยอดเลยอะ จินหล่อ สวยมาก คาเมะก้อสวยทุกคนดูดี เป็นที่สุด เพลงมันส์ พีวีไฮโซได้อีก ตอนดูนี่แบบอ๊ากก จะละลายเลยทีเดียว กรี๊ดกร๊าด บ้าคลั่งอยู่หน้าจอคอมคนเดียวเหมือนคนบ้า 555

 

ส่วนแจงที่ถามว่าไดนี้มันไดของข้าพเจ้าจริงๆรึทำไมมีแต่เรื่อง คิบอม คิเฮ เอสเจ คัตตุน 555 ไดของข้าพเจ้าอะถูกแล้ว แต่เอาไว้อัพเรื่องหนุ่มๆ อะผิดด้วยเรอะ ชีวิตช้านออกจะน่าเบื่อ แกจะอยากรุรัยนักหนา ไดเนี๊ยะช้านตั้งใจเอาไว้เก็บทรานเฟ้ย อย่าถามมาก ^^

 

อ่าแพล่มมาเยอะละ เรามาเข้าสู่อาณาจักรความรักของจินคาเมะ กันดีกว่า โดโซะ



2001年~2005年・仁亀雑誌レポート
**ข้อความทั้งหมดที่เราเขียนเราแปลมาจากหนังสือนะคะ เราไม่ได้แต่งขึ้นมาเองหรืออะไรทั้งนั้น ใครไม่ได้ชอบจินคาเมะ ไม่อยากอ่านก็ข้ามไปได้ค่ะ
ส่วนแฟนๆจินคาเมะ จริงๆมันมีอีกนะ แล้วเราจะทยอยเอามาลงนะคะ

ในรายการวิทยุของ คันจานิ8 คันจานิคุยกับจินจินถึงเรื่องคาเมะค่ะ แล้วพูดไปพูดมาก็รู้ว่า จินจิน ว่างจัดชอบ โทร.ไปหาคาเมะแล้วก็ถามว่าอยู่ไหนแล้ว แล้วก็วางหูไป ใครคนนึงก็ไม่รู้(รายการวิทยุไม่เห็นหน้าอ่า) ก็เรยพูดขึ้นมาว่า 「พวกนายคบกันอยู่รึไรห๊าเนี่ย++!!」
(รายการวิทยุ คันจานิ8)

คาเมะ 「พักนี้ ทาคิซาว่าคุงสอนอะไรพวกเราเยอะแยะเลยเนอะ」
จิน 「อืมใช่ ทั้งเรื่องคอนเสิร์ตแล้วก็อื่นๆด้วย」
คาเมะ 「อืม พอดูอย่างนั้นแล้ว ฉันรู้สึกว่าจินน่ะ เป็นพวกให้ความร่วมมือดีนะ」
จิน 「ยังงั้นหรอ?
คาเมะ 「อือ ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้ดีไง」
จิน 「ถ้าจะพูดอย่างนั้น คาเมะก็เป็นคนคอยเชื่อมกลุ่มพวกเราไง เป็นคนคอยพูดอะไรตลอดเวลา พอฉันเห็นแบบนั้นแล้วก็คิดนะว่า จะแพ้ไม่ได้」
คาเมะ 「อ่า รู้สึกแปลกๆเนอะ จู่ๆมาพุดเรื่องทางการกันแบบนี้ 555」
จิน 「ก็นะ อย่างเวลาไปกินข้าวด้วยกัน หรืออะไร ก็ไม่เคยพูดเรื่องงานเลยใช่มั้ยล่ะ
555 ถึงจะพูด ก็จะแบบ แป๊บเดียวเลิก 555 สำหรับฉันแล้วน่ะนะ คาเมะน่ะ แน่นอนแหละว่าเป็นเพื่อนที่ดี แล้วก็เป็นคู่แข่งในความหมายที่ดีด้วยนะ」
คาเมะ 「ฉันก็เหมือนกัน สำหรับฉันแล้ว จินน่ะ มีส่วนที่ถึงจะไม่ต้องพูดออกมาเป็นคำพูดก็เข้าใจกันและกันได้ แล้วก็ ให้อิทธิพลอะไรดีๆกับฉันด้วย」
จิน 「ก็ถ้าอยากให้คัททุน โตขึ้น เราก็ต้องทำให้ตัวเองโตขึ้นก่อน แล้วก้เรื่องคู่แข่งเนี่ยมันก็สำคัญนะ งั้นจากนี้ไป ฝากตัวด้วย 555」
คาเมะ 「ทางนี้ต่างหากล่ะ
(Johnny's Jr. Meikan 2003)

จิน 「ขี้โกงเน่!!!!」 「ฉันก็อยากเหมือนกานอ่ะ」
อันนี้ ที่จินจินพูดในฮาดากะค่ะ ตอนที่คุซาโนะกอดคาเมะ ห้าห้า
แต่ว่าจะหมายถึงอยากกอดใครหรืออยากให้คุกอด ลอง หาคำตอบกันเอง หุหุ จินจิน มะก่อนน่ารักอ่า ( - ^-)
(Hadaka no Shounen 2003)

อันนี้ก็ในรายการเหมือนกันเน้อ เป็นช่วงตอนคริสมาส แล้วเค้าให้ชูแผ่นป้ายว่าอยากทำอะไร

คาเมะ :อยากอยู่กับเค้า 2 คนในคืนคริสมาสต์

คาซาม่า 「หรอ กับคนที่เป็นหวัดรึเปล่า?」
หลังจากนั้นสตูดิโอก็เงียบไปพักนึง แล้วก็มีเสียงคนจามขึ้นมา ...คงรู้ใช่ม้ยว่าใคร
ก็ จินจิน งัยล่า ☆彡°。(*^▽^*)ゞ
(Hadaka no Shounen 2002-2003)

พี 「ฉันน่ะ นานๆทีก้มีคนบอกว่า เหมือนคาเมะ จังเลยด้วยนะ」
คาเมะ 「เอ๊ะ เป็นไปไม่ได้หรอก...」
พี 「เป็นไปได้สิ จริงๆนะ จินน่ะชอบบอกฉันบ่อยๆว่า บรรยากาศเวลาอยู่กับฉันแล้ว
เหมือนเวลาอยู่กับคาเมะมาก 」
คาเมะ 「เหมือนตรงไหนอ๊า ฉันน่ะนะ ชอบเวลายามะพีทำงานมาก
เหมือนมีเสน่ห์ดึงดูดเข้าไปในงานยังงั้น แต่ฉันน่ะ เอาแต่คิดว่า ต้องทำๆ แล้วก็
จะเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำ จนคนมองว่าไอ้นี่น่ารำคาญ พอเทียบกับยามะพีแล้ว
นะ ผมดูแย่ไปเลย 」
(โฮ่ๆ สรุปก็คือ ไม่รู้ว่า เหมือน ของจิน มันคืออะไรเหมือนนะเนี่ย
(TV Pia 2005/10 ค่า ตอนสัมภาษณ์เกี่ยวกับโนบุตะ)

จิน 「เมื่อก่อน บ้านคาเมะทำชาชูอร่อยมากเลย หลังจากฉันไปกินนะ หลังจากนั้นทุกคน โทมะ ฮาซะจุน ก็แห่มากินบ้านนายกันเพียบเลยจำได้เปล่า」
คาเมะ 「เออ ใช่ ๆ」
จิน 「หลังจากนั้น ฉันก็เอาไปบอกยามะพี แต่ยามะพีว่าไงรู้มั้ย เค้าบอกว่า บ้านฉันก็อร่อย มากินสิล่ะ ฮ่า ๆ เป็นพวกไม่ยอมแพ้ใครจริงๆ」
(จำไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าเป็น 2005 ตอนปลายปีจ้า...)

จิน to คาเมะ「จริงๆแล้ว นายชอบฉันใช่มั้ย?」

คอลัมน์นี้เป็นของ Wink Up ค่ะ ทุกคนคงเคยเห็นล่ะมั้ง จะให้คัททุนผลัดกัน ส่งคำถามถึงทุกคนในวง คนละเดือน เริ่มจากคาเมะ แล้วก็จบที่จินเน้อ เพราะฉะนั้นเลยไม่มีคำตอบที่คาเมะตอบค่ะ...(ก็มันจบที่จินอ่ะ...
(WINK UP 2004/จำเดือนไม่ได้แล้วค่า)

คาเมะ 「จินชอบ โทรศัพท์มาหาผมครับ โทร.มาอยู่ได้ทุกคืน พอผมจะวางก็ไม่ให้วางด้วยนะ คงไม่ได้เป็นห่วงอะไรผมนักหรอกมั้ง สงสัยจะว่างจัดเลยโทร.มาอยู่ได้... 」
(WINK UP เช่นกันจ้า..2003 แต่เดือนอะไรเราจำไม่ได้ละ)
จิน 「เราก็สนิทกันมา 6-7 ปีแล้วนะ」
คาเมะ 「อืออ」
จิน 「แล้วมีเรื่องอะไรมั่งระหว่างเรา 2 คนที่ยังจำได้แม่นๆมั่งมะ」
คาเมะ 「ก็...เรื่องนั้นไง...ที่นายมาขอฉันแลกรองเท้า ฉันยังจำได้อยุ่เลยนะ ว่าฉันอ่ะอุตส่าห์ไปซื้อคู่ใหม่มาเพื่อแลกกับนายแต่นายน่ะสิดันเอาคู่เก่ากึ๊กมาให้ฉัน แต่ช่างเถอะนะ หลังจากนั้นพอคอนเสิร์ต ฉันก็ไปเห็นไอ้คู่ที่ฉันให้นายไปอ่ะ อยู่ที่เท้ายามะพี... ก็เลยเข้าไปถามยามะพีว่า เอามาไงล่ะนั่น ยามะพีก็บอกว่าจินให้มาใส่ พอฉันกลับมถามนาย นายก็บอกฉันว่า นายเปล่า ยังงเงี้ยจำได้มั้ย ห๊ะ」
จิน「เอ่อ...จำไม่ได้นะเนี่ย แต่เฮ้ย ชั้นเปล่าจริงๆ....」
(แพมเฟลต คอนโจรสลัดจ้า....)

จม.จากแฟนๆ 「ทำไมทั้ง 2 คนชอบสบตากันจัง หรือว่าจะรักกันจริงๆหรอคะ!」
จิน「คำถามแบบนี้ผมไม่ตอบนะครับ....」 
คาเมะ 「ก็จินน่ะ ชอบมาสบตาฉันก่อน ฉันก็เลยสบตากลับยังไงล่ะ 」
จิน 「เฮ้ย จะบ้าหรอ ถ้าคนอ่านเค้าคิดกันจริงจังก้แย่สิฟะ นายนี่」
(MYOJO 2004/04)

จิน「เฮ้อ ก็นายดันนอนไปซะก่อนทิ้งฉันอยู่ในโอฟุโระ(อ่างอาบน้ำญี่ปุ่น)คนเดียวเลยดูสิ นายไม่เข้ามาด้วย ห้องน้ำมันก็เลยดูมืดๆ น่ากลัวชะมัดเลย 」
คาเมะ 「ก็ฉันง่วงนี่นา.......」
(MYOJO 2003/4)

ถ้าจะให้ไปเที่ยวอยากไปไหนมากสุด?
จิน 「อืม ตอนนี้หรอ ไปนั่งกระเช้าข้ามภูเขาล่ะมั้งครับ ก็ถ้าจะพาคาเมะไปด้วย หมอนั่นนั่งโรลเลอร์โคสเตอร์ไม่ได้นี่นะ อยากจะให้ไปเห็นที่สูงๆกับเค้ามั่ง 」
(อันนี้จำนิตยาสารไม่ได้แล้วค่า.. 2002年)


ถ้าเกิดว่าไปติดเกาะร้างจะเอาอะไรไป?
จิน 「จะเอาคาเมะไปครับ」
(2004年9月 นิตยาสารจำมะได้แย้วค่า)

คอลัมน์ 赤亀メール ของ MJOJO
ฉันกับเพื่อนรักกันมากค่ะ แล้วอาคานิชิคุงกับ คาเมะจัง
ก็เป็นเพื่อนสนิทกันมานานแล้ว มีอะไรผูกพันกันได้นานขนาดนี้คะเนี่ย
คาเมะ 「ด้ายแดงครับ 」
(2003年)

คอลัมน์ 赤亀メール ของ MJOJO2
คาเมะ 「สวัสดีครับบ อาคานิชิ คาสึยะ ครับบ」
จิน 「เฮ้ย มั่วแล้ว」
คาเมะ 「โทษทีๆ..มันเผลอพูดออกไป 」
(2004年8月 MYOJO)

จิน 「คาเมะ เคยส่งเมลที่เป็นไฟล์วีดีโอผ่านทางมือถือรึเปล่า」
คาเมะ 「ไม่อ่ะ...」
จิน 「งั้นลองส่งมั้ย เดี๋ยวฉันก็จะส่งเหมือนกัน」คาเมะ(อัดวีดีโออยู่) 「กินข้าวรึยางงง ตอนนี้อยู่ที่เกาะ สนุกมากๆๆ」
จิน(อัดวีดีโอคล้ายๆกับคาเมะ)
คาเมะ 「เหยย มีเมลมา อ้าวจินส่งมาให้ฉันนี่ เมื่อกี้ก็ส่งให้จินไป」
จิน 「5 5 5」
คาเมะ 「จินน เกิดมา ฉันก็เพิ่งเคยมี BF(Boyfriend)ครั้งแรกเนี่ยแหละ」
จิน 「หรอ ดีแล้ว ดีใจด้วย ฮ่า ๆ」
(2004年8月 MYOJO)

จิน 「หยุดหน้าร้อนนี้ไปไหนกันดี」
คาเมะ 「อืมม ทะเล!」
จิน 「ถ้าไปทะเล ก็ไม่ไปทัวร์นะ ไปกันเองดีกว่า อาจจะไม่ได้อยุ่ที่หรูๆน่ะนะ
อีกอย่างพวกจัดการข้าวของ แล้วก็อาหาร คาเมะทำให้ละกันนะ 」
(2001年 จำนิตยาสารไม่ได้ค่า)

ยูอิจิ 「เฮ้ยย 2 คนนั้นทำอะไรกันอยู่ รีบๆมาเร็ว」
จิน 「คนเค้ากำลังสวีทกันอยู่อย่าเพิ่งเรียกได้มะ 」
(2003年 First Concert)

คาเมะ 「พักนี้จินสนิทกับยูจังเลย ฉันก็รู้อ่ะนะว่าไม่ได้มีอะไรกัน
แต่คุยอะไรกันหนาเหรอ」
จิน 「โธ่ ก็พอนายโทร.มา ฉันก็รีบไปหานายแล้วไง」
(2004年 MYOJO)

จิน:ถ้าไม่ใช่คนที่คบกับคาเมะมานานอย่างผม คนอื่นน่ะ ไม่มีวันที่จะเข้าใจหรอก
(DUET)

คาเมะ: ที่นั่นมันน่าไปซะที่ไหนเล่า!!
(มีจม.จากผู้อ่านเข้ามาถามว่า ”มีที่เดทที่ไหนดีๆน่าไปมั่งมั้ยคะ” จินเรยตอบว่า บ้านคาเมะครับ พวกแกไปกันบ่อยล่ะสิ)
(MYOJOคอลัมน์ จินคาเมะเมล)

คาเมะ: พักนี้ไปเดทที่ไหนมั่งรึเปล่า
จิน: ก็ แมกที่รปปงงิไง...กับคาเมะน่ะนะ (มายก๊อด กะล่อนสุดยอด...)
คาเมะ:............เหอะ ไม่ได้ไปซักหน่อย
(Hadaka no Shonen)

คาเมะ: ในอัลบั้มรวมภาพน่ะ จินหล่อมากเรยนะ
จิน:ไม่หรอกคาเมะต่างหาก
คาเมะ: ไม่อ่ะจินนั่นแหละ
จิน:คาเมะนั่นแหละ
คาเมะ: จิน
จิน:คาเมะ..(แล้วภาพก็ตัดมาที่อีก 4 คนกำลังยืนตะลึง 55)

...(โฆษณาหนังสือรวมภาพน่ะแหละค่ะ...ในรายการไหน จำมะได้ 55 แต่มันจะเถียงกันเพื่อคะเนี่ย!)

คาเมะ: เป็นของฉันคนเดียวนะ!
(คุณหมอคาเมะใน Shonen Club ค่า)

คาเมะ: ตอนวันเกิดจินน่ะ ผมโทร.ไปหาตั้งแต่เที่ยงคืนเลยนะครับ
(MYOJO 2004年9月)

จิน: เมื่อวันก่อนคาเมะมาค้างบ้านผมด้วยล่ะ เราพูดกันถึงเรื่องงาน เรื่องชีวิต แล้วผมก็พาขับรถพาออกไปซื้อของกินที่คอมบินี่ครับ (แกช่วยเตรียมของกินไว้ด้ายมะ!)
(นิตยาสารจำไม่ได้แล้วอ่า.. 2004年12月)

จิน: เฮ้อ ตอนแรกได้ยินมาว่าคาเมะขับรถห่วยล่ะ
คาเมะ: แล้วยังไงล่ะ
จิน: ก็พอไปนั่งจริงๆแล้วก็ไม่ได้ห่วยขนาดน้าน...
คาเมะ:
(แสดงว่าไปนั่งมาแล้วใช่มะ!?)
(MYOJO 2004年)

คาเมะ: ตอนนี้ต้องตื่นเช้ามากเลย พอถ่ายทำโกคุเซนแล้วมันไกลบ้านมาก
จิน: อือ จริงด้วย สงสัยต้องไปเช่าคอนโดแถวนั้นอยู่ละ
คาเมะ: เออ ดีดี เป็นความคิดที่ดีมากเลย จะได้ไปเร็วๆ อืม..แต่เดี๋ยว!ให้ไปเช่าอยู่กัน 2 คน ไม่เอาหรอกนะ....แอะ
จิน:เออ ฉันก็ไม่เอา (หัวเราะ)
(อายไปได้...แหม
(DUET 2005年01年)

แฟนๆ :จินคุงเหมาะกับชุดสูทที่สุดเลย!
แฟนๆ2 : จินคุงเหมาะกับคาเมะที่สุดเลย!
ก็เลยได้รูปออกมาอย่างทีเห็นค่ะ ที่เป็นรูปจินคาเมะแต่งงานใน MYOJO เค้าให้แฟนๆรีเควสมาค่ะ ว่าชอบแบบไหน แต่ตากล้องมือดีก็จับมารวมกันซะงั้น
ได้ข่าวว่า 2 รีเควสนี้ไม่ได้เกี่ยวกันเล้ย...แถมท้ายตรงนี้คาเมะเค้าบอกว่า[คาเมะ: อายจังเลย ร้องเท้าก็ส้นสูงคงไม่มีเจ้าสาวที่ไหนสูงๆแล้วก็ไหล่กว้างแบบผมหรอก!YY]ด้วยล่ะ น่าร้าก 55
(MYOJO 2005年06年)

คาเมะ: มันก้เป็นเรื่องไม่น่าแปลก แต่ว่าผมเป็นคนที่ไม่ทิ้งของที่ได้จากคนอื่นมานะครับ ผทพยายามเก็บไว้เท่าที่ผมจะเก็บได้ทุกอย่างเลย แล้วก็อาจจะนานไปแล้วแต่ว่าตอนที่ไปทำรายการกับอาคานิชิที่โอกินาว่าน่ะ ตอนนั้นผมได้ทำ T-shirt คู่กะเค้าเอาไว้ด้วย จนถึงตอนนี้แล้ว ผมก็ยังเก็บมันอย่างดีเลยล่ะครับ เพราะมันมีความทรงจำอยู่มากมาย ผมชอบเก็บของแห่งความทรงจำน่ะ
(POTATO 2005年11年)

จิน: รักนะ คาเมะนาชิ!
(TV Guide 2006年03年)

อันสุดท้ายนี่ขอแถมท้ายค่ะ ฮ่า ๆ ทีวีไกด์เค้าเอาเบื้องหลังอุตะวาระมาลง แล้วทำเป็นรูปๆ ส่วนรูปที่จินนั่งหันหน้าเข้าหาคาเมะน่ะ เค้าทำเป็นจินพูดว่า รักนะ คาเมะนาชิ! จะคิดกันยังไงก็คิดกันเองเล้ย..5 5 + (อ้วน!..คราวหน้าอย่าซุบซิบแค่เฉพาะเบื้องหลังนะ) อ้อ อ่านกันตั้งแต่ Part1 แล้วบอกกันด้วยนะคะ ว่าชอบอันไหนมากสุด แหะๆ

「Kame&Yao」VS「Jin&Yabu」

「นี่ฮิคารุ หยิบน้ำผลไม้ตรงนั้นให้หน่อยจิ」
「ครับ」
「ขอบคุณ เอาขนมให้ด้วยๆ」
「อันนี้หรอครับ」
「ไม่ๆ อันด้านขวาอ่ะ」

「โอ๊ พวกนาย 2 คนสนิทกันตั้งกะมะไหร่เนี่ย」

「ทำไม พวกเราก็สนิทกันนานแล้วเน้อ」
「เน้อ」

「ฮึ...ตั้งแต่ฮิคารุเข้ามา ก็คิดมาตลอดว่าเป็นน้องชายที่แสนน่ารัก ดีล่ะ ต้องให้พวกนั้นเห็นว่าเราอ่ะ สนิทไม่แพ้กันหรอกนะ 」

น่าแปลก แต่ว่ามันต้องมีเหตุผลค่ะ....

คาเมะ 「ดีมั้ย ฮิคารุ พวกเราต้องมาพยายามด้วยกันไม่ให้แพ้ 2 คนนั่น」
「อ่ะ อือ...」
คาเมะ 「ทำไม มีอะไรหรอ」
「ก็ ทำไมต้องแบ่งพวกด้วยหว่า สนิทกันหมดเลยไม่ได้หรอ..」
คาเมะ 「บะ บ้า ก้ไม่ได้หมายความว่าทะเลาะอะไรกันซักหน่อย นายนั่นแหละไม่เจ็บใจมั่งหรอ อะไรอะไร ก็จินกับยาบุ พวกเรารักกันที่สุดโลกใครๆก็พูดกันแบบเนี้ย 」
「ผมไม่เห็นรุ้สึกอะไรเลยนี่ครับ」
คาเมะ 「โอ๊ย ช่วยเจ็บใจหน่อยสิ」

ความจริงก็คือ คาเมะเค้าน้อยใจค่ะ ที่ในนิตยาสารแล้วก็แฟนๆต่างเอาแต่พูดถึงจินกับยาบุกันทั้งนั้น....

คาเมะ 「ก็...ตั้งแต่มีคัททุนมา ปกติแล้ว ก็ต้องเป็น คู่ จินคาเมะใช่มั้ย แล้วเนี้ย ดูตอนนี้สิ ไอ้บ้าจิน...วันๆก้เอาแต่ ยาบุ♥ยาบุ♥」
คาเมะ 「ทั้งๆที่เมื่อก่อน เป็นฉันแท้ๆ.....」
คาเมะ 「หึ ช่างเหอะ ที่พูดมาทั้งหมด ล้อเล่นไปซะครึ่งล่ะนะ ความจริงก็คือ พอเห็นจินกับยาบุอยู่ด้วยกันแล้วนะ ดูท่าทางสนุกดี ก็เลยคิดว่าอยากมีน้องมั่งก็แค่นั้นเองแหละ แล้วฮิคารุ ก็น่ารักไม่แพ้ยาบุเลยนะ แล้วก็บ้านเกิดอยู่ที่เซนไดด้วย ถ้าวันไหนคัททุนหรือพวก จูเนียร์ไปเซนไดล่ะก็อย่าลืมพาไปกินร้านเนื้ออร่อยๆนะ」

คาเมะ 「ฮิคารุ พี่คิดเรื่องดีๆออกแล้วล่ะ」
「อะไรหรอครับ」
คาเมะ 「เหะๆ อยากฟังใช่มั้ยล่า」
「เอ่อ จริงๆก็ไม่ค่อย」
คาเมะ 「อะไรกัน อุตส่าห์คิดตั้งนานอ่า」
「ง่ะ ฟังก็ได้ ฟังก้ได้....(ใครเป็นพี่กันแน่เนี่ย)」
คาเมะ 「ก็คือยังงี้ ต่อจากนี้ไป ฮิคารุก็ต้องมีงานที่โตเกียวใช่มั้ยล่ะ ตอนนั้นก็มาค้างที่บ้านพี่ก็ได้ไง หึหึ อย่างจินน่ะ ถึงจะรักกับยาบุแค่ไหนก็ไม่มีวันเอายาบุมานอนที่บ้านได้หรอกกกกกก แล้วทีนี้ทุกคนก็จะคิดว่า ฮิคารุกับฉัน รักกันที่สุด」
「อือ..........ม」

จิน 「นี่ยาบุ จริงๆแล้วชื่อพี่ก็ขึ้นต้นด้วย a นะ」
「เอ๊ แล้วไงล่ะครับ..」
จิน 「ก็ถึงยาโอจะเข้ามาเป็น y คนที่ 3 แต่ a ยังว่างตั้ง 1 ตัวแน่ะ แล้วพี่ก็ อาคานิชิ ก็ เอ ใช่มั้ยล่ะ เพราะงั้น จะไปเข้า ยายาย่า ละนะ」
「เอ่อ.. แต่พี่เป็น เอ ของ คัททุน นะครับ」
จิน 「โธ่ พี่ก็เป็นทั้ง 2 ที่ก็ได้ ตัวใหญ่ กับตัวเล็ก มันไม่เหมือนกัน ไม่เป็นไร ฮ่าๆ 」

Takizawa Hideaki : Wink Up 06/03
「เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ไปดูดรีมบอยส์กับนางาเสะคุงครับ แล้วพอดีถึงฉากที่คาเมะนาชิกับอาคานิชิทะเลาะกัน นางาเสะคุงก็ถามผมว่า เอ๊ะ!ความจริงแล้ว 2 คนนี้เค้าสนิทกันรึเปล่า ผมก็เลยบอกนางาเสะคุงไปว่า ของแบบนี้ถามเจ้าตัวเองดีกว่า หลังจากจบดรีมบอยส์ นางาเสะคุงก็กังวลอยุ่นั่นแหละไม่ไปถามซักที ผมเลยไปถามให้เองเลย แล้ว 2 คนนั่นก็หันมาตอบผมว่าเล่นๆว่า ”ครึ่งๆ!!”แล้วก็หัวเราะกันใหญ่เลย จนผมเดินออกมานอกห้องแล้วก็ยังหัวเราะอยู่นั่นแหละ นางาเสะคุงเลยถามผมว่า จะดีเหรอ เกิดเราไปทำให้เค้ายิ่งแตกแยกจะทำยังไง (หัวเราะ)แหม เป็นรุ่นพี่ต้องทำอะไรแล้วหนักแน่นครับ!!」

โฮ่ ๆ ไปอ่านเจอมาค่า เลยเอามาลงให้อ่านกัน


Tv Guide 18.2.06 ~ 24.2.06 (อันนี้ตามคำขอของคุณ มนนะคะ ..

จินจิน 「..พวกเราพออายุย่างเข้า 10 กว่าๆก็เป็นผู้ใหญ่แล้วนะครับ ผมคิดว่าอาจจะเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่ก่อนเซจินเสียด้วยซ้ำ คาเมะเองก็เหมือนกัน ก้อยากจะบอกว่างานเซจินก็เป็นแค่ส่วนนึงที่ต้องทำเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าพอเซจินแล้วจะกลายเป็นผู้ใหญ่นะ แต่มันหมายถึงการปฏิบัติตัวของเรา รู้จักรับผิดชอบด้วยตัวเอง การมีความเชื่อมันในตัวเองต่างหากล่ะที่บ่งบอกถึงความเป็นผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่น่ะไม่ได้หมายถึงอายุนะ แต่ว่าเมื่อเราได้รู้จักทำงานรับผิดชอบอะไรมากขึ้นแล้วก็คือเราได้โตขึ้น
ทำตัวเองให้สนุกสนานบ้างมันก็สำคัญแหละนะ มาพยายามด้วยกันนะ

คุณจินขรา ไม่ต้องห่วงคาเมะเค้าแบบนั้นร้อก คาเมะเค้าเป็นผู้ใหญ่อยู่แร้วล่ะเน้อ ห่วงตัวเองก่อน อิอิ (จินมานอวยพรให้คาเมะด้วยอ่ะ คนอื่นไม่มีเล้ย...น่ารักจริงๆ


กี๊สสสสสสสสส อะไรมันจะเยอะแยะ ยาวยืดขนาดนี้เนี่ย! สุดท้ายเราก็โพสเกือบทุกอันไม่ได้ ต้องขอโทษด้วย ฮือๆ เพราะมันชักจะยาวเกินเหตุแล้ว คนอ่านคงอยากตายมากกว่า 5 5 5+ ไปละค่ะ ลาไปเล่นเกม

 

CREDIT:http://isekiya1.blog47.fc2.com


เส้นทางสาย..[KH]129..

 

 

เส้นทางสายที่ 12 คิม คิบอม

 

คิบอมเป็นเด็กที่เงียบ และไม่ค่อยมีเพื่อน ... นี่คืออดีตของเขา เพราะตลอดระยะเวลาที่อยู่อเมริกา คิบอมไม่มีเพื่อนสนิทเลย และยิ่งกว่านั้น ผู้หญิงที่เขาเดทด้วย ก็เป็นฝ่ายบอกเลิกเขาเสียครึ่งหนึ่ง ...นั่นเพราะอะไร?

      เพราะว่าเมื่อก่อน คิบอมค่อนข้างเป็นเด็กที่เก็บตัว พูดน้อย ชอบอยู่นิ่งๆ ไม่ชอบการเข้าสังคม เขาไม่รู้จะพูดอะไรกับคนที่ไม่สนิทด้วย และที่คล้ายกับฮีชอลก็คือ เขาไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ ว่าคนรอบข้างจะเป็นเช่นไร เพราะแค่เพียงมองผ่านมา และก็มองผ่านไปเท่านั้นเอง

      คิบอมไปอยู่ที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยอาศัยอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนียร์ และได้เข้าศึกษาในโรงเรียน Santa Monica High School แต่เพราะอยากเก่งภาษาอังกฤษ จึงได้ไปทำงานพิเศษ ทั้งๆที่โรงเรียนนั้นอยู่ไกล เขาก็ไม่เคยย่อท้อ จนกระทั่งภาษาอังกฤษของเขานั้นดีขึ้นตามลำดับ แต่ถึงอย่างนั้น ทุกอาทิตย์เขาก็มักจะไปขลุกตัวอยู่ที่โบสถ์มากกว่าที่จะไปเที่ยวเล่นแบบเด็กคนอื่นๆ

      ในวันหนึ่ง ระหว่างที่คิบอมและเพื่อนไปชมนิทรรศการเกาหลี และแวะซื้อต็อกโบกกีนั่นเอง ก็มีฝ่ายโมเดลลิ่งของ SM Entertainment ชักชวนให้ลองไปแคสติ้งกับทางบริษัทดู คิบอมรับนามบัตรมาอย่างงงๆ และพยายามคิดทบทวนอยู่นานสองนาน กว่าจะเดินเข้าไปขอพ่อและแม่ เพื่อที่จะทำตามความต้องการของตัวเอง แม่ของคิบอมไม่สนับสนุนให้เขาเข้าวงการบันเทิงสักเท่าใดนัก เพราะนั่นหมายถึง คิบอมจะต้องย้ายมาอยู่เกาหลีเพียงลำพัง ซึ่งในขณะนั้น เขาอายุเพียง 16 ปี จึงเป็นไปได้ยาก ที่คนเป็นแม่จะทำใจปล่อยให้ลูกชายมาตะลอนๆอยู่ที่ต่างประเทศเพียงลำพัง แต่พ่อของเขากลับสนับสนุนให้เขาทำตามที่ตัวเองต้องการ คิบอมจึงได้ให้คำสัญญากับพ่อและแม่ไว้ ว่าเขาจะต้องเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงให้ได้

      ด้วยความที่ไม่คุ้นเคยกับเกาหลี เพราะจากไปเป็นเวลาถึง 4 ปีกว่า อีกทั้งยังต้องมาอยู่ตัวคนเดียว คิบอมในตอนนั้นจึงเหมือนคนที่ถูกนำมาปล่อยในเกาะร้าง และด้วยความที่เป็นคนพูดไม่เก่ง จึงเป็นเรื่องยากที่เขาจะเข้าไปหาคนอื่นก่อน

      ดงแฮคือเพื่อนคนแรกที่เดินเข้ามากอดเขาในวันแรกที่เจอกัน จากที่เคยเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยใส่ใจอะไร มันจึงทำให้คิบอมเริ่มมองอะไรใหม่ๆในชีวิต แน่นอนว่าสิ่งที่ดงแฮทำมันทำให้เค้ารู้สึกประหลาดใจ แต่ก็รู้สึกดีกับมันอยู่มาก อาจจะเพราะดงแฮเองก็อยู่ห่างจากครอบครัวเหมือนกัน จึงทำให้เขาค่อนข้างที่จะเข้าใจความรู้สึกของคิบอม จึงพยายามที่จะทำให้คิบอมปรับตัวได้เร็วขึ้น และเพราะด้วยความบังเอิญอีกส่วนหนึ่ง ที่ทั้งคู่มักจะมาเจอกันที่ห้องซ้อมตอนดึกๆโดยไม่ได้นัดหมาย

      อันที่จริงแล้ว คิบอมก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สนใจอะไรเลย เพียงแค่ไม่คิดจะพูดอะไรออกมาเท่านั้นเอง และเมื่อได้ย้ายเข้ามาพักร่วมกับฮีชอล ฮันคยอง และเจย์ มันทำให้เขาได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับผู้อื่น นอกจากคนในครอบครัว คิบอมรู้สึกประทับใจฮีชอลมากๆ เนื่องจากฮีชอลกล้าทำในสิ่งที่เขาไม่กล้า คิบอมนับถือในความกล้า ความมั่นใจ ที่ฮีชอลมี การอยู่โดยไม่ต้องใส่ใจอะไร อยากทำอะไรก็ทำ และทำด้วยความมั่นใจนั่นเอง มันจึงทำให้เขาอยากจะเข้าไปใกล้พี่ชายคนนี้ให้มากขึ้น แต่ด้วยความที่เขาไม่ชินกับวัฒนธรรมเกาหลี การพบกันครั้งแรกของเขาและฮีชอลจึงเป็นอันสะดุด เนื่องจากฮีชอลเป็นคนที่เคร่งในเรื่องอาวุโสมาก และเมื่อคิบอมเรียกชื่อของเขา โดยปราศจากคำที่แสดงการยกย่องในฐานะรุ่นพี่ มันจึงทำให้ฮีชอลไม่พอใจน้องชายคนนี้สักเท่าใด

      หลังจากนั้นคิบอมได้เดินทางกลับไปยังอเมริกาอีกครั้ง และเมื่อกลับมา เขาก็ทำให้ฮีชอลมองเขาในมุมที่เปลี่ยนไป เพราะคิบอมได้ไปศึกษาถึงวัฒนธรรมเกาหลีมาอย่างถ่องแท้ และความน่ารักของเขานี่เอง ที่ทำให้ฮีชอลรักและเอ็นดูเขาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และด้วยความที่ต้องเจอกันทั้งที่หอพัก และที่กองถ่าย จึงทำให้พวกเขาทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้น จนถึงขั้นที่ว่า ถ้าหากในกองถ่ายไม่มีคิบอม ฮีชอลจะไม่สามารถแสดงออกมาให้ดีได้เลยทีเดียว

      และนอกจากฮีชอลแล้ว ดงแฮก็ยังเป็นอีกหนึ่งคนที่เข้ามาในชีวิตของคิบอมอย่างช้าๆ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเขา คิบอมไม่ชอบเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟังสักเท่าใดนัก แต่กับดงแฮแล้ว เขากลับไว้ใจ และรู้สึกอุ่นใจเมื่อได้อยู่ใกล้อย่างบอกไม่ถูก เพราะไม่ว่าจะมีเรื่องอะไร เขาก็มักจะระบายให้เพื่อนสนิทคนนี้ฟังเสมอๆ

      คิบอมเดบิวต์ครั้งแรกด้วยงานละครในปี 2004 คือเรื่อง April's Kiss ออกฉายทางช่อง KBS แต่ละครเรื่องนี้นั้นยังไม่แจ้งเกิดให้คิบอมอย่างเต็มตัวนัก เขาเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากบทของ Joo Yuh Myung นักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากอเมริกา ประกบคู่กับ โกอารา ในเรื่อง Sharp Love 2 ปี 2005 และจากนั้นก็ได้รับบทนำในซิทคอม เรื่อง Nonstop 6 ต่อในทันที ซึ่งละครเรื่องนี้ได้เริ่มฉายในวันที่ 12 ตุลาคม 2005 จึงทำให้ชื่อเสียงของคิบอมนั้นโด่งดังมากขึ้น

      หลังจากนั้นเพียงแค่เดือนเดียว คิบอมก็ได้เดบิวต์ในฐานะศิลปินวงซูเปอร์จูเนียร์ และแน่นอนว่า มันทำให้ชื่อของ คิบอม เป็นที่รู้จักเป็นอย่างมาก ทั้งในฐานะนักร้องและนักแสดง

      แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวของคิบอม ที่เป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยยิ้ม และพูดน้อย หนำซ้ำยังไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบข้าง จึงทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ขึ้น เนื่องจากการเป็นศิลปินนั้น พวกเขาทุกคนจะต้องพบปะกับแฟน
เพลงอยู่เสมอๆ และภาพลักษณ์ของคิบอมในตอนนั้นมันดูเย่อหยิ่ง ผิดจากเมื่อตอนที่เขายิ้มหรือหัวเราะในละคร คิบอมถูกตักเตือนอยู่หลายครั้ง ในเรื่องการทำตัวเป็นมิตรกับแฟนคลับ เขาต้องพยายามยิ้มแย้มอยู่เสมอๆ ทั้งๆที่ไม่ใช่นิสัยของตัวเองที่จะยิ้มกับใครที่ไม่รู้จักได้ง่ายๆ ด้วยความพยายามของคิบอมนี้เอง ที่ทำให้เกิดเรื่องราวขึ้นมาอีก เพราะเขามักจะยิ้มแย้มแค่เพียงต่อหน้าแฟนคลับ เมื่อถึงเวลาปกติ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มก็เหือดหายไปเป็นหน้านิ่งๆ แถมยังไม่ค่อยสุงสิงกับคนรอบข้างอีก ...จึงมีประเด็นเกิดขึ้นมาว่า "คิบอมเฟค"

      ในตอนนั้น ด้วยความที่เป็นเด็กหนุ่มหัวนอก เขาจึงไม่ค่อยสนใจเรื่องความสัมพันธ์ที่มีต่อคนรอบข้างมากนัก เพราะถ้าหากยังมีงาน เขาก็จะยังทำงานอยู่ที่เกาหลีต่อ แต่ถ้าหากไม่มีใครจ้างเขาแล้ว เขาก็พร้อมจะกลับอเมริกาเพื่อไปหาครอบครัวได้ทุกเมื่อ

      เหมือนกับที่ผ่านมา เขาไม่ได้ทำด้วยความเข้าใจเสียทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ คิบอมที่เคยนิ่งเงียบ ไม่ค่อยสุงสิงกับคนอื่น มองคนอื่นเป็นผู้ร่วมงาน จึงเริ่มปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมเกาหลีอีกครั้งหนึ่ง เพราะที่ผ่านมา ด้วยเพราะมาจากต่างประเทศ และไม่ได้พักรวมกับเพื่อนๆในวงคนอื่นๆ จะเจอกันก็ต่อเมื่อมีงาน คิบอมจึงสนิทกับเพื่อนในวงเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งก็คือ ฮีชอล ฮันกยอง ดงแฮ และซีวอน แต่เมื่อเขาเริ่มที่จะเปิดใจ ปรับตัวรับสังคมใหม่ๆ และเริ่มใช้เวลาที่ว่างไปคลุกคลีกับเพื่อนๆในวงที่หอใหญ่ จากที่เคยยิ้มเพราะต้องยิ้ม หรือเพราะควรจะยิ้ม รอยยิ้มของเขาได้เริ่มออกมาจากเบื้องลึกของจิตใจแล้ว

      สำหรับแฟนคลับ คิบอมนั้นจะเป็นห่วงทุกๆคนเสมอ เขาพยายามที่จะเอาใจใส่แฟนคลับของเขาทุกคน ด้วยเหตุนี้เอง ที่เขามักจะไม่ยอมรับของจากแฟนคลับ ไม่ว่าจะเป็นใครคนไหน เว้นแค่เพียงแฟนคลับจากต่างประเทศ เพราะเขาคิดว่า ถ้าหากปฏิเสธไป และเกิดการสื่อสารที่ไม่เข้าใจ มันอาจจะเกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง แต่สำหรับแฟนคลับในเกาหลีแล้ว ต่างเป็นที่รู้กัน ว่า "คิบอมจะไม่รับของขวัญบนพื้นแผ่นดินเกาหลี" เพราะเขารู้ว่าแฟนคลับของเขานั้นอายุยังน้อย และยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง จึงไม่อยากให้ใครต้องมาสิ้นเปลืองเพื่อซื้อของมาให้แก่เขา เพราะบางคน ยังต้องขอเงินพ่อแม่อยู่ และมันคงจะไม่สมควร ถ้าหากจะขอเงินนั้นเพื่อมาซื้ออะไรให้แก่เขา

      มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่มีเด็กผู้หญิงยื่นส้มมาให้คิบอม แต่ว่าเขาก็ไม่ยอมรับมัน แม้ว่าเธอจะขอร้องสักเท่่าใดก็ตาม แต่สุดท้าย เมื่อเด็กผู้หญิงคนนั้นบอกว่า มันเป็นส้มที่เธอเอามาจากบ้านเพื่อนำมาฝากเขา ไม่ได้ไปซื้อที่ไหนมา คิบอมจึงได้ยอมรับส้มนั้นมาจากเธอ

      และในการปรับตัวของคิบอม ฮีชอล และซีวอน ก็เป็นอีกแรงที่ต่างก็คอยช่วยเหลืออยู่เสมอ เนื่องด้วยที่คิบอมเป็นคนพูดน้อย เมื่ออยู่ในกลุ่มจึงได้แต่นั่งยิ้มเสียส่วนมาก นานๆทีจึงจะออกความคิดเห็นหรือพูดอะไร ด้วยเหตุนี้ ทั้งฮีชอลและซีวอน จึงพยายามที่จะทำให้คิบอมได้มีโอกาสพูดมากขึ้น ทั้งโดยการโยนเรื่องต่างๆไปให้ หรือแม้แต่ตั้งคำถามเพื่อที่จะให้เขาตอบ เกิดเป็นมิตรภาพที่งดงามขึ้นระหว่างพวกเขาเอง

      นอกจากจะมีฮีชอลและฮันคยองคอยดูแลที่อพาร์ตเม้นแล้ว และก็มีดงแฮคอยเป็นเพื่อนเล่น พูดคุย และรับฟังปัญหา คิบอมก็ยังมีซีวอนที่คอยให้ความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆเป็นอย่างดี จึงทำให้ชีวิตที่เคยมีแต่สีเรียบๆของคิบอมเริ่มมีสีสันที่สดใสขึ้นมา ... แต่ในระหว่างที่ทุกๆ อย่างกำลังไปได้สวย ก็มีเหตุอันน่าเศร้าเกิดขึ้น เมื่อคุณพ่อของดงแฮเสียชีวิต และฮีชอลประสบอุบัติเหตุ ด้วยเพราะฮีชอลและฮันคยอง เปรียบเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัวในเกาหลีเพียงไม่กี่คนที่เขามี สิ่งที่เขาทำได้ก็คือ การไปนั่งไปเยี่ยมฮีชอลทุกวัน และจัดทำตารางการเยี่ยมให้สมาชิกทุกคนในวง เพื่อที่ฮีชอลจะได้ไม่เหงา ซึ่งในตารางนี้เอง เขาจัดให้ฮันคยองมีกำหนดเยี่ยมมากที่สุดในวง

     
และก่อนที่จะออกอัลบัมชุดที่ 2 เพียงไม่นาน คิบอมได้มีละครติดต่อมาจำนวนหลายเรื่อง ซึ่งก็มีหลายเรื่องที่บทน่าสนใจ แต่ทว่า เขาต้องเดินทางไปถ่ายทำยังต่างประเทศ (ไม่แน่ใจว่าฝรั่งเศสหรือเปล่า) ในช่วงเวลานั้น ประจวบเหมาะกับสัญญากับทางต้นสังกัดของคิบอมกำลังจะหมด จึงเป็นช่วงเวลาแห่งการลังเลใจของเขา ว่าจะเดินเส้นทางไหนต่อไปดี เพราะถ้าให้พูดกันจริงๆแล้ว ก็คงจะเห็นได้ชัด ว่าคิบอมถนัดที่จะแสดงละครมากกว่าที่จะอยู่บนเวทีคอนเสิร์ต และที่สำคัญ บทที่เขาได้รับนั้น อาจจะทำให้เขากลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของเกาหลี อย่างที่เขาเคยวาดหวังไว้เลยก็เป็นได้

      ... แต่แล้วสิ่งที่เขาเลือกก็คือ ปฏิเสธบทที่หาได้ยากนั้นไป ด้วยเหตุผลเพียงแค่ว่า เขาต้องการที่จะร่วมงานกับเพื่อนในนามซูเปอร์จูเนียร์ในอัลบัมชุดที่ 2 มากกว่า เพราะเขาคือ หนึ่งในซูเปอร์จูเนียร์ แน่นอนว่าเป็นการตัดสินใจที่น่าประทับใจ แต่ก็น่าประหลาดใจไปพร้อมๆกัน เพราะถ้าหากเป็นการตัดสินใจเมื่อหนึ่งปี หรือสองปีก่อน มันก็มีความเป็นไปได้สูง ที่เขาอาจจะเลือกที่จะเดินอีกทาง

      สำหรับซูเปอร์จูเนียร์แล้ว ในวันนี้ ... มันเปรียบเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของผู้ชายที่ชื่อ คิมคิบอม เด็กหนุ่มที่เคยไม่ใส่ใจต่อสิ่งรอบข้าง ไม่สนใจอะไรนอกจากชีวิตของเขา เพราะเขาคิดเสมอว่าบ้านของเขาอยู่ที่อเมริกา เขามาที่เกาหลีเพื่อที่จะทำตามความฝันเท่านั้น แต่ในตอนนี้ ... ที่เกาหลี มีเพื่อนๆ มีครอบครัวอีกครอบครัวหนึ่งของเขาอยู่ และมันก็คือสิ่งมีค่าที่เขาหวงแหนมากที่สุดชิ้นหนึ่ง


 

เส้นทางสายที่ 9 อี ดงแฮ

 

ดงเฮเป็นเด็กที่หน้าตาน่ารัก ช่างพูด และช่างเอาอกเอาใจคนรอบข้างมาตั้งแต่เด็กๆ จึงไม่แปลกอะไรที่ใครก็ตามที่อยู่รอบตัวเขาจะหลงรักหนุ่มน้อยผู้นี้ได้ไม่ยาก ดงแฮมีพี่ชายหนึ่งคน ชื่อ ดงฮวา ซึ่งเขาบอกว่า ดงฮวาเก่งกว่าเขา ฉลาดกว่าเขา และพ่อแม่ก็รักดงฮวามากกว่าเขา แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นเขาต่างหาก ที่พ่อแม่รักและตามใจมากกว่าดงฮวาเป็นไหนๆ ไม่ว่าจะอยากได้อะไร ดงแฮก็จะได้มันมาอย่างง่ายดาย ผิดกับดงฮวา ที่ต้องเก็บเงินซื้อเอาเอง

      เขาค่อนข้างที่จะสนิทกับพี่ชายค่อนข้างมาก และดงแฮก็เคยพูดเอาไว้ ว่าเพื่อนแท้ของเขา ก็คือ พี่ชายของเขาเอง ... เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไร หรือว่าเขามีปัญหา มีเรื่องทุกร้อนใดๆ ดงฮวาก็มักจะคอยดูแลและปกป้องเขาเสมอมา นั่นอาจจะเพราะว่าเขามีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง จึงถูกสอนมาให้รักกันให้มากๆ นั่นเอง

      ครอบครัวของดงแฮไม่ได้มีฐานะดีมากนัก จัดว่าเป็นครอบครัวที่ฐานะปานกลางของเกาหลี พ่อของเขาเป็นคนขับรถแท็กซี่ ส่วนแม่ของเขาในช่วงนั้นก็เป็นแม่ค้าขายปลา (หรืออะไรนี่แหละที่เกี่ยวกับปลา) แต่พ่อแม่ของเขาก็สนับสนุนความฝันของลูกชายคนเล็กเสมอมา เพราะดงฮวานั้นค่อนข้างเรียนเก่งมาก (และได้ข่าวว่าเขาได้ทุนไปเรียนต่อด้านการแพทย์ที่ต่างประเทศ) และน่าจะเป็นผู้นำครอบครัวที่ดีในอนาคตได้ เหลือเพียงแค่ดงแฮเท่านั้น และเมื่อเขามีความฝันที่ต้องการจะทำ ทั้งพ่อ แม่ และพี่ชาย จึงไม่มีใครคัดค้านเขา

      ในตอนเด็กๆ ดงแฮมีความฝันอยากจะเป็นนักกีฬา แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ชอบที่จะเต้นให้พ่อดูอยู่บ่อยๆ พ่อเขาจึงบอกให้เขาเข้าวงการบันเทิง แต่ในตอนนั้น เขาก็ยืนยันในคำตอบที่ว่า "อยากเป็นนักกีฬา" จนกระทั่งเข้าเรียนชั้น ม.1 ก็ได้เห็นประกาศออดิชั่นบนปกเทป ความฝันอยากเป็นศิลปินมันจึงเริ่มผุดขึ้นมาในความคิดของเขา และเมื่อเขาบอกพ่อในเรื่องนี้ พ่อของเขาก็ให้เงินมา และสนับสนุนลูกชายคนนี้อย่างเต็มที่

      ดงแฮหัดกีตาร์มาตั้งแต่ยังเด็ก เริ่มจากการยืมของเพื่อนมาหัด จนกระทั่งมีกีตาร์เป็นของตัวเอง และในวันหนึ่ง เขาก็เดินทางมาที่โซล เพื่อออดิชั่นเป็นศิลปินฝึกหัดของ SM Entertainment ในรายการ SM Youngster contest การประกวดครั้งนี้ มีศิลปินหลายคนของ SM ในปัจจุบันที่ร่วมประกวดด้วย ดงแฮได้รางวัล ชนะเลิศสาขา Most handsome และ Best of the best เนื่องจากมีหน้าตาที่น่ารัก และความสามารถที่ค่อนข้างโดดเด่นนั่นเอง

      การที่ได้เป็นศิลปินฝึกหัด ทำให้ดงแฮต้องออกมาเช่าหอพักอยู่ที่โซล และหยุดเรียนไปในช่วงหนึ่ง เพื่อที่จะได้ฝึกฝนกับทางบริษัท เหตุนี้เอง ทำให้เขาต้องห่างจากทางบ้าน สิ่งที่ทำได้ก็เพียงแค่การโทรศัพท์ไป เนื่องจากระยะทางที่ค่อนข้างห่างไกล และตารางฝึกซ้อมค่อนข้างหนัก ทำให้เขาแทบจะไม่ได้กลับบ้าน และไม่ได้เห็นหน้าครอบครัวเป็นระยะเวลาหลายปี และนี่คือเหตุผลหลัก ที่ทำให้เขาค่อนข้างอ่อนไหวเมื่อพูดถึงคนในครอบครัว หรือคำว่า บ้าน

      ในช่วงแรก ดงแฮค่อนข้างสนิทกับจุนซู ฮยอกแจ อิทึก ฮีชอล และยุนโฮ เขาค่อนข้างจะนับถือยุนโฮมากกว่าคนอื่นๆ ซึ่งเป็นอันรู้กันดีว่า ดงแฮนั้นเป็นเด็กที่ค่อนข้างหัวรั้นพอสมควร แต่เขามักจะมีวิธีการพูดที่น่ารัก แทนที่จะโวยวายเอาแต่ใจ เมื่อใดที่เขาโมโห คนรอบข้างส่วนมากมักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เขาเป็นตัวอันตรายและไม่ใช่คน คงมีเพียงยุนโฮเท่านั้นที่จะสามารถปราบเด็กน้อยผู้นี้ได้อยู่หมัด

      ด้วยความที่อยู่ตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ การใช้ชีวิตของดงแฮจึงค่อนข้างลำบาก เมื่อเทียบกับเวลาอยู่ที่บ้าน เพราะที่นั่นมันเหมือนกับว่าเขาเป็นเจ้าชายน้อยของพ่อและแม่ แต่ในโซล .. เขาเป็นแค่เด็กชายคนหนึ่ง ที่เช่าบ้านพักอยู่กับพี่ชายสองคนอย่างฮีชอลและยุนโฮ (หลังจากที่เคยอยู่คนเดียวมาก่อนหน้า) โดยหน้าที่ของเขานั้นก็คือการทำความสะอาดบ้านในฐานะน้องเล็ก ส่วนการใช้จ่ายเงินของเขานั้น ก็ต้องควบคุมเอง และต้องใช้อย่างประหยัด

      หลังจากฝึกซ้อมในแต่ละวัน ซึ่งเป็นไปอย่างหนัก ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ดงแฮจะไปเดินเล่น หรือทานอาหารพร้อมกับเพื่อนๆซึ่งเป็นศิลปินฝึกหัดด้วยกัน ด้วยความที่เขาค่อนข้างที่จะตัวเล็ก หน้าตาน่ารัก และขี้แย จึงทำให้ฮยอกแจและจุนซูมักจะชอบแกล้งอยู่เสมอๆ และทำให้เขาต้องร้องไห้อยู่บ่อยๆ แต่นั่นมันกลับทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาในฐานะเพื่อนยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น

      การฝึกฝนในฐานะศิลปินฝึกหัดของดงแฮค่อนข้างหนัก มีหลายต่อหลายครั้งที่เขานึกอยากจะวิ่งกลับไปที่บ้านด้วยความคิดถึงครอบครัว แต่เพื่อความฝัน ดงแฮจึงต้องอดทน และดูแลตัวเองเรื่อยมา จากที่เคยเป็นเด็กน้อยที่ขี้แย ดงแฮเริ่มเข้มแข็งขึ้นทีละนิด เขาต้องดูแลตัวเอง ความคิดจึงเริ่มโตขึ้นทีละน้อย แต่ทว่าความน