PART IV
THE LOVE OF SIAM II
PART...IV
กลับมาแล้วเสียงทุ้มนุ่มหูที่คุ้นเคย เรียกให้มิวละความสนใจจากการแต่งเพลงที่ค้างอยู่
เดินออกมาหาโต้งพร้อมด้วยรอยยิ้มหวาน
ตอนนี้ทั้งมิวและโต้งเรียนอยู่มหาลัยเดียวกัน แต่ต่างคณะ
มิวเรียนคณะศิลปกรรม เอกดุริยางคศิลป์ ในขณะที่โต้งเอนท์ติดสถาปัตย์สมใจ
ส่วนหญิงก็เรียนคณะบัญชี เอ็กซ์เรียนคณะรัฐศาสตร์ สองคนหลังนี้ก็เรียนมหาลัยเดียวกับคนทั้งคู่
เนื่องจากบ้านโต้งไกลจากมหาลัย วันธรรมดาที่มีเรียนโต้งจึงมาอยู่กับมิว
ส่วนวันที่ไม่มีเรียนก็กลับไปอยู่บ้านกับพ่อและแม่
นานๆครั้งถ้าแม่โต้งชวนไปทานข้าวที่บ้าน มิวถึงจะไปค้างที่บ้านโต้ง
ไหนวันนี้บอกว่าจะกลับไปค้างที่บ้านงัยถามอย่างแปลกใจขณะที่ยื่นมือไปรับกระเป๋าจากร่างสูง
แล้วเดินเอาเข้าไปเก็บข้างใน ตัวบ้าน
หื้อออ มิวอุทานออกมาเมื่อโต้งเดินมาช้อนกอดตัวเค้าจากทางด้านหลัง
ร่างบางหัวเราะคิกคักอย่างจั๊กกะจี้ เมื่อใบหน้าหล่อขโมยหอมแก้มนิ่มฟอดใหญ่
แล้วยังมีแถมออฟชั่นด้วยการซุกใบหน้าลงบนซอกคอขาวอีกต่างหาก
ก็พอดีอาทิตย์นี้แม่กับพ่อต้องไปธุระต่างจังหวัด เรามาอยู่กับมิวดีกว่า จริงมั๊ย
ตอบยืดยาว พร้อมทั้งดึงร่างบางให้มานั่งซ้อนบนตัก
มืออบอุ่นก็ตระกรองกอดไปที่รอบเอวบางอย่างทะนุถนอม
เหนื่อยมั๊ย ถามเสียงหวาน ในขณะที่มือเรียวก็เสยผมที่ตอนนี้เริ่มจะยาวลงมาปรกหน้าให้อย่างอ่อน
โยน
ไม่เหนื่อย แต่เบื่อเมื่อไหร่จะรับน้องเสร็จซะทีก็ไม่รู้ คำตอบที่มาพร้อมกับใบหน้ายุ่งๆ
ที่บอกให้รู้ว่าคนพูดเบื่อจริงๆทำให้มิวหัวเราะออกมาเบาๆอย่างอดเอ็นดูไม่ได้
แล้วพี่อ๊อดจะให้มิวกลับไปซ้อมเมื่อไหร่อะ
ก็คงจะรอให้หมดช่วงรับน้องก่อน เห็นพี่อ๊อดบอกว่าจะให้วางซิงเกิ้ลใหม่ด้วย นี่เราก็แต่งเพลงใหม่ได้
หลายเพลงแล้วหล่ะ
แล้วคราวนี้มีเพลงของเรามั๊ยถามยิ้มๆ แถมดวงตายังพราวระยับอีกต่างหาก
ไม่รู้สิ โต้งต้องรอฟังเองมิวอมยิ้มเขินๆก่อนตอบ จริงๆแล้วทุกเพลงที่เค้าเขียนขึ้นมา
มันคือเพลงรักที่เค้าเขียนให้สำหรับโต้งเพียงคนเดียวเท่านั้น  
ถ้าไม่มีโต้งตัวเค้าเองค่อนข้างที่จะแน่ใจว่าคงไม่มีทางที่บทเพลงพวกนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน
ยังไงก็ต้องเป็นเพลงของเราอยู่แล้วหล่ะ ตอบพร้อมทั้งยืดอกอย่างมั่นใจ
เรียกเสียงหัวเราะให้กับเจ้าของบทเพลง ใบหน้าหวานเอียงซบอกอุ่นอย่างผ่อนคลาย
ก่อนที่จะถามกลับน้ำเสียงที่ฟังดูคล้ายกับจะอ้อนนิดๆ
ทำไมโต้งถึงคิดอย่างนั้นหล่ะ
ก็เพราะว่าเพลงที่มิวเขียนเป็นเพลงรักยังไงหล่ะ
คำตอบของโต้งทำให้มิวเงยหน้าขึ้นมามองโต้งตาแป๋ว ถามกลับอย่างสงสัย
แล้วมันเป็นยังไงเหรอ ดวงตาคู่สวยที่จ้องมองอย่างสงสัยจริงๆ
ทำให้อีกคนหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดเอ็นดูไม่ได้  
ก่อนจะขโมยจุ๊บริมฝีปากอิ่มที่เป็นสีแดงระเรื่ออย่างอดใจไม่ไหว
ทำเอามิวหน้าร้อนผ่าว แก้มใสถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงขึ้นมาทันตา
ทั้งที่ก็ทำออกบ่อยแต่ทำไมถึงยังไม่ชินซะทีน๊า...
ก้อเพราะว่าเพลงรัก ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้ จริงมั๊ย
คำตอบที่ได้รับ ยิ่งทำให้ใบหน้าหวานยิ่งร้อนผ่าวมากขึ้นกว่าเดิม
ทำไมเดี๋ยวนี้โต้งถึงได้พูดอะไรที่ทำให้คนฟังใจเต้นแรงอย่างนี้ได้คล่องนักนะ
มิวจึงทำได้แค่หัวเราะเบาๆแก้เขิน ใบหน้าหวานซุกอกอุ่นอย่างคลอเคลีย
ปากบางก็พึมพัมร้องเพลงกันและกันอย่างแผ่วเบาให้กับอีกคนฟัง
ในขณะที่โต้งก็กระชับอ้อมกอดที่กอดร่างบางให้แน่นขึ้น
โยกเบาๆราวกับจะกล่อมอีกคน นานๆครั้งๆก็ก้มลงไปหอมศรีษะที่ปกคลุมไปด้วยผมนุ่มหอม เป็นระยะๆ
คลอเคลียอยู่ไม่ห่าง ทั้งคู่ต่างตกอยู่ในภวังค์ของความสุขหอมหวานที่มีเพียงกันและกัน
ใบหน้าของทั้งสองคนแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม
ที่ราวกับจะบอกให้ทุกสิ่งรับรู้ว่าเจ้าของรอยยิ้มนั้นมีความสุขมากเพียงใด
...
...
...
ในที่สุดวันคืนที่โต้งรอคอยก็มาถึง นั่นก็คือวันลาส เชียร์
ในที่สุดช่วงเวลารับน้องอันแสนหฤโหดก็จะได้จบลงซะที
แล้วต่อไปเค้าจะได้มีเวลาอยู่กับมิวให้มากขึ้น!!!
คืนนี้เป็นคืนเฟรชซี่ไนท์ เป็นคืนที่เปรียบเสมือนการได้ปลดปล่อยของน้องปีหนึ่ง
จากที่ต้องทนเครียดกับการรับน้องมาเป็นเดือน คณะต่างๆ ต่างก็มีกิจกรรมมาโชว์เพื่อเพิ่มความสนุกของงาน
แต่ที่เป็นไฮไลท์ของงานก็คือการแสดงของรุ่นน้องปีหนึ่ง และวงดนตรีที่จ้างมาเล่นเพื่อความบันเทิง
ซึ่งหนึ่งในวงเหล่านั้นก็มีวงออกัสรวมอยู่ด้วย...
พอถึงคิวที่วงออกัสต้องขึ้นเวที ทุกคนต่างก็อดตื่นเต้นไม่ได้
ถึงแม้ว่าจะเคยขึ้นเวทีมาหลายครั้งแล้วก็ตาม
เอ้า ทุกคนเต็มที่นะเว้ย ให้เจ๋งสมกับเป็นวงของเราเ อ็กซ์บอกน้ำเสียงแอบตื่นเต้น
ไม่ได้หรอกงานนี้ต้องโชว์ความเทห์ให้เต็มที่ เผื่อจะมีดาวคณะไหนซักคณะหนึ่งหันมามองบ้าง???
พี่มิว จะร้องเพลงใหม่ หวานโคตรเลยอ๊ะเปล่าปิงปองถาม ท้ายประโยคยังมิวายมีแอบล้อ
ก็ต้องร้องสิ เจ้าของเพลงอยู่ที่นี้แล้วหนิยังไม่ทันที่มิวจะได้ตอบ เอ็กซ์ก็ชิงตอบขึ้นมาก่อนอย่างอดคันปากไม่ได้
"เงียบไปเลยมึง" มิวหันไปดุเอ็กซ์ทีหนึ่ง แทนที่จะจ๋อยเอ็กซ์ยังยักไหล่ทำหน้าเป็นให้อีก มิวส่ายหัวเบาๆ
อย่างระอา ก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนร่วมวงคนอื่นต่อ  
อื้อ เล่นเป็นเพลงสุดท้ายละกัน สรุปก็เล่นห้าเพลงตามที่ได้ซ้อมไว้ละกันนะ มิวบอกพร้อมทั้งสรุปคิวต่างๆอีกที
ก่อนที่ทุกคนจะออกไปขึ้นเวที มิวเริ่มต้นเพลงแรกด้วยเพลง รู้สึกบ้างไหม
ต่อด้วยเพลงเพียงเธอ ในขณะที่ร้องเพลงอยู่นั้น ก็คอยชำเลืองไปทางโต้งที่ยืนฟังเพลงด้วยรอยยิ้มอยู่เป็นระยะๆ
เพลงที่สามเป็นเพลงคืนอันเป็นนิรันดิ์ พอจบมิวก็ขึ้นเพลงกันและกัน
และก็เหมือนทุกเพลงที่สายตาของมิวจะคอยจับจ้องไปที่เจ้าของบทเพลงที่แท้จริงอยู่ตลอดสลับกับมอง
คนดูบ้าง เพื่อไม่ให้ดูผิดปกติ
พร้อมทั้งส่งรอยยิ้มหวานที่มีให้แค่เพียงคนเดียวพอสิ้นเสียงเพลง ทุกคนต่างปรบมือด้วยความประทับใจ
ครับ เพลงต่อไปก็เป็นเพลงสุดท้ายแล้วนะครับ มิวบอกเสียงติดจะสั่นนิดหน่อย
เพลงนี้ ยังไม่เคยร้องที่ไหน จะร้องที่นี่เป็นที่แรก ลองฟังดูนะครับ
พอสิ้นเสียงมิว อินโทรดนตรีก็เริ่มขึ้น ทุกคนที่ดูอยู่ก็ปรบมือขึ้นมาพร้อมกัน
รวมทั้งโต้งที่ตั้งใจจะฟังเพลงใหม่ของเค้าอย่างใจจดใจจ่อ
~   เก็บเพลงรักนี้ ไว้ให้เธอ เมื่อวันใดที่เจอะเจอ   ~
~ ฉันก็พร้อมและยินยอมมอบความรัก และจิตใจชั่วนิรันด์ (ชั่วนิรันด์) ~
~มีเพลงเพลงนึงที่เคยร้องให้เธอฟัง แต่ไม่รู้ว่ายังจำได้หรือเปล่า~
~ วันและเวลาอาจจะหมุนและเวียนไป แต่ใจความในเพลงนั้นของเรา~
~ ก็ยังคงเฝ้าย้ำพูดถึงความรักที่ลึกซึ้ง และยังคงตรึงในหัวใจ~
~ นานแค่ไหนก็เหมือนเก่า เหมือนวันแรกที่เราเจอะกัน~
~เก็บเพลงรักนี้ให้เป็นของขวัญ ให้เธอได้รับได้รู้หัวใจของฉัน ~
~แม้คืนวันจะเปลี่ยนแปลงซักแค่ไหน แต่ใจของฉันที่รักเธอนั้น~
~ต่อให้ต้องลงนรกหรือขึ้นสรวงสวรรค์ ฉันก็จะไม่มีวันมอบให้ใคร~
~ จะมีเพียงเธอแค่เพียงคนเดียว และจะมีแต่เธอ เธอแค่เพียงคนเดียว~
~และจะเป็นเพียงคนเดียวเสมอไป ที่ฉันฝากชีวิตทั้งหมดไว้ โดยไม่มีวันทวงกลับคืน~
~กาลและเวลาที่เปลี่ยนหมุนและเวียนไป อาจจะทำให้หัวใจใครหมุนตาม ~
~แต่ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนหมุนไปยังไงใจความในเพลงนั้นของเรา ~
~ก็ยังคงเฝ้าย้ำพูดถึงความรักที่ลึกซึ้ง และยังคงตรึงในหัวใจ~
~ นานแค่ไหนก็เหมือนเก่า เหมือนวันแรกที่เราเจอะกัน~
~เก็บเพลงรักนี้ให้เป็นของขวัญ ให้เธอได้รับได้รู้หัวใจของฉัน ~
~แม้คืนวันจะเปลี่ยนแปลงซักแค่ไหน แต่ใจของฉันที่รักเธอนั้น~
~ ต่อให้ต้องลงนรกหรือขึ้นสรวงสวรรค์ ฉันก็จะไม่มีวันมอบให้ใคร ~
~จะมีเพียงเธอแค่เพียงคนเดียว และจะมีแต่เธอ เธอแค่เพียงคนเดียว ~
~และจะเป็นเพียงคนเดียวเสมอไป ที่ฉันฝากชีวิตทั้งหมดไว้ โดยไม่มีวันทวงกลับคืน~
~ ฉันขอใช้ช่วงเวลาทั้งชีวิตที่ฉันมี ฉันขอใช้ไปกับเธอ กับเธอ เธอคนนี้ ~
~เก็บเพลงรักนี้ให้เป็นของขวัญ ให้เธอได้รับได้รู้หัวใจของฉัน ~
~แม้คืนวันจะเปลี่ยนแปลงซักแค่ไหน แต่ใจของฉันที่รักเธอนั้น~
~ ต่อให้ต้องลงนรกหรือขึ้นสรวงสวรรค์ ฉันก็จะไม่มีวันมอบให้ใคร ~
~จะมีเพียงเธอแค่เพียงคนเดียว และจะมีแต่เธอ เธอแค่เพียงคนเดียว~
~ และจะเป็นเพียงคนเดียวเสมอไป ที่ฉันฝากชีวิตทั้งหมดไว้ โดยไม่มีวันทวงกลับคืน ~
~ฉันขอมอบชีวิตทั้งหมดไว้ ฝากให้กับเธอเพียงผู้เดียว~
พอร้องเพลงท่อนสุดท้ายจบ เสียงปรบมือก็ดังกึกก้องขึ้นมา
ด้วยประทับใจในเนื้อหาของบทเพลง และเสียงอันไพเราะของนักร้องนำ
ในขณของบทเพลง
ที่มิวบรรจงเขียนขึ้นมาเพื่อเขาเพียงคนเดียว
มิวเดินลงมาจากเวทีเพื่อที่จะมาหาโต้ง แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเจอเพียงแค่หญิงกับจอย
แหมมม เพลงหวานเชียวน๊ามิวแต่งให้หญิงเหรอ พอเห็นหน้ามิวหญิงก็เริ่มต้นแซวทันที
มิวได้แต่หัวเราะเบาๆ ในความแก่นเซี้ยวอย่างเสมอต้นเสมอปลายของหญิง
ก่อนจะถามหญิงกลับ
โต้งหล่ะหญิง
ไม่รู้สิ เมื่อกี้ยังยืนทำหน้าซึ้งอินกะเพลงอยู่เลย เผลอแป๊บเดียวหายไปไหนก็ไม่รู้
คำตอบของหญิงทำให้มิวพยักหน้ารับ ก่อนจะสอดส่ายสายตามองหา
เมื่อไม่เห็นจริงๆจึงนั่งมองการแสดงบนเวที ที่ตอนนี้เริ่มเป็นการแสดงของปีหนึ่งคณะต่างๆแล้ว
โต้งอาจจะไปเตรียมตัวแสดงกิจกรรมของคณะตัวเองก็ได้ อิหญิงมึงว่าคนนั้นหล่อมั๊ยว๊ะ
จอยที่นั่งเงียบอยู่ออกความเห็นในขณะที่ตาก็คอยสอดส่องหาหนุ่มหล่อดูเป็นอาหารตา สะกิดหญิง ยิกๆ
เมื่อเจอเป้าหมายที่ถูกใจ ทำเอาหญิงส่ายหน้าด้วยความระอา
เฮ้ยยย ไม่หรอกไม่เห็นโต้งบอกเราเลยมิวค้านขึ้นมาอย่างเห็นขำ   นิ่งๆ อย่างโต้งเนี๊ยะนะจะทำกิจกรรม!!!
มันก้อไม่แน่น๊ามิว โต้งอาจจะอยากทำสะใภ้มิวก็ได้ หญิงล้อมิวยิ้มๆ
แต่ตัวเธอเองก็เป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่าอย่างโต้งคงไม่มีวันทำแน่ๆ
มิวได้ยินคำตอบของหญิง ก็ยิ่งส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย ไม่มีทางอะ!!!
ต่อไปเป็นการแสดงของน้องคณะสถาปัตย์นะครับ เป็นการเล่นดนตรีของน้องๆ
ที่พิเศษก็คือนักร้องนำเป็นถึงเดือนคณะเลยนะครับ เชิญชมเลยครับ!!!
สิ้นเสียงประกาศของพิธีกรเสียงสาวๆทั้งสาวแท้ สาวเทียม
ก็กรี๊ดกระจายในความหล่อใสของนักร้องนำ
เฮ้ย!! นั่นมันโต้งอะหญิงกับจอยอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
ไอ้ที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้มันดันกลับเป็นไปได้
แล้วเมื่อกี้มึงได้ยินเหมือนกูป่าวอะอิจอย ว่าโต้งเป็นเดือนคณะ
หญิงถาม โดยที่สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าโต้งที่อยู่บนเวที
ในขณะที่มิวดูเหมือนจะอึ้งขึ้นมาจริงๆ เอาแต่จ้องใบหน้าหล่ออย่างเอาเป็นเอาตาย
จนหญิงกระตุกที่แขนหลายๆทีถึงจะได้รู้สึกตัว หันมามองหญิงอย่างงงๆ
หญิงว่าไงนะ
เราถามมิวว่าโต้งเป็นเดือนคณะไม่เห็นบอกกันมั่งเลย
เราก็ไม่รู้อะหญิง โต้งไม่ได้บอกคำตอบของมิวทำให้หญิงพยักหน้าพึมพัมเบาๆว่า โต้งคงเขินหน่ะ
มิวยิ้มบางๆพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะตั้งใจดูคนหล่อบนเวทีอย่างจริงจัง > ///<
พอเซ็ตเครื่องดนตรีเสร็จ ทุกคนในวงพร้อม โต้งจึงหันมาทักทายคนดู
พร้อมด้วยรอยยิ้มบางๆ นิ่งๆ ก่อนจะเจาะจงมาสบสายตากับมิวอย่างจงใจ
รอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนถูกประดับบนใบหน้าทันทีที่สบกับสายตาหวานๆคู่นั้น
รอยยิ้มและสายตาที่โต้งมอบให้ทำเอามิวใจเต้นระรัวจนปวดไปหมด
ยิ้มหวานออกมาด้วยความสุขที่แทบจะล้นออกมาจากใจ
ครับวันนี้คณะเราก็มีการแสดงคือการเล่นดนตรีนะครับ
สิ้นเสียงนุ่มหู เสียงกรี๊ดจากทั่วทุกสารทิศก็ดังขึ้นมาจนแสบหู
ไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษนอกจากคนพูดหล่อ!!!!
แม้ว่าผมจะแต่งเพลงเองไม่ได้ แต่เพลงที่เลือกมาร้องวันนี้ก็เป็นเพลงที่ผมตั้งใจเลือกมาร้องให้กับคนพิเศษ..ของผมโดยเฉพาะ ..นะครับ..
เสียงทุ้มพูดออกไมค์เรียกเสียงกรี๊ดอีกครั้ง(เป็นรอบที่เท่าไหร่คนแต่งขี้เกียจนับ!!)
ในขณะที่พูดดวงตาคมก็คอยจ้องสบกับดวงตาหวานตลอดเวลา
ไม่มีการเผื่อแผ่สายตาให้คนดูแม้แต่น้อย((กำ --"))
รอยยิ้มอ่อนโยนไม่คลายไปจากใบหน้าหล่อ
เป็นสายตาและรอยยิ้มที่มีให้เฉพาะแค่มิวเพียงคนเดียวเท่านั้น
เมื่อดนตรีเริ่มบรรเลง เสียงทุ้มนุ่มหูก็เริ่มร้องเพลงที่ตั้งใจเลือกขึ้นมา
เพื่อมอบให้กับคนสำคัญที่ตอนนี้กำลังมองสบตาพร้อมทั้งมอบรอยยิ้มหวานตอบกลับมาให้ได้ชื่นใจ
~ ชายคนหนึ่ง กับใจดวงหนึ่ง ที่ต้องทนเดียวดายและอ่อนล้า ยังเคยนอนหลับไปทั้งน้ำตา ~
~ วันเวลาทำลายหัวใจฉัน นั่นคือเรื่องราว ก่อนที่เธอจะ..เดิน..เข้ามา.. ~
~ ใจดวงหนึ่ง จากคนคนหนึ่ง เข้ามาทำให้ใจที่อ่อนล้า ให้ไม่ต้องทนกับวันที่แล้วมา ~
~ กำลังใจจากเธอนั้นมีค่า รักที่..ให้มาสมบูรณ์ยิ่งกว่าที่ฉันเคย..พบ.. ~
~ เธอเป็นคนเดียวในดวงใจ เก็บความรักฉันไว้ที่เธอ ~
~ ถ้าลมหายใจที่ฉันมีต้องให้ใคร คนคนนั้นก็ต้องเป็น..เธอ.. ~
~ ทุกๆสิ่งที่ฉันมี ทุกๆอย่างเกิดจากรักเธอ ฉันจะอยู่และทำเพื่อเธอ ทุกๆวินาที ~
~ เธอเป็นคนเดียวในดวงใจ เก็บความรักฉันไว้ที่เธอ ~
~ ถ้าลมหายใจที่ฉันมีต้องให้ใคร คนคนนั้นก็ต้องเป็น..เธอ.. ~
ขอบคุณครับ เพลงต่อไปก็เป็นเพลงสุดท้ายของพวกเราแล้วนะครับ ก่อนที่จะไปพบกับคณะต่อไป
โต้งกล่าวขอบคุณ หลังจากเสียงกรี๊ดหยุดลง ก่อนที่จะเริ่มร้องเพลงต่อไป เมื่อดนตรีบรรเลงขึ้นมา
~ขอรักจริงๆเท่าที่ฉันมี ให้ถึงความดีที่เธอให้มา ยิ่งทำให้รักเธอ โฮ้ โฮ่ โฮวว~
~เธอคนเดียวที่ห่วงใยถึงกัน เธอคนเดียวที่เปลี่ยนแปลงฉันให้เข้าใจ~
~ว่ารักจริงๆ ที่แท้เป็นไง ให้รู้ว่ามันคือสิ่งที่สวยงาม~
~เป็นดวงตาให้กันยามมืดมน เป็นดังลมคอยโบกเวลาที่ร้อนใจ~
~เหมือนเสียงดนตรีที่ก้องในใจ รู้มั๊ยว่าเธอคือสิ่งที่สวยงาม~
~ยิ่งทำให้รัก รักเธอมากขึ้นทุกวัน ยิ่งนับวัน ก็มีแต่ยิ่งซึ้งใจ~
~ขอรักจริงๆเท่าที่ฉันมี ให้ถึงความดีที่เธอให้มา ยิ่งนานยิ่งรักเธอ โฮ้ โฮ่ โฮวว~
~ในเวลาที่ห่างกันแสนไกล ยังมีเธอปรากฏในใจใกล้ๆกัน~
~ให้รู้สึกอุ่นทุกๆคืนวัน เหมือนฉันนั้นมีเธออยู่ข้างๆกาย ~
~ยิ่งทำให้รัก รักเธอมากขึ้นทุกวัน ยิ่งนับวัน ก็มีแต่ยิ่งซึ้งใจ~
~ขอรักจริงๆเท่าที่ฉันมี ให้ถึงความดีที่เธอให้มา ยิ่งนานยิ่งรักเธอ โฮ้ โฮ่ โฮวว~
~ถึงแม้ให้เธอเป็นดังลมหายใจ ฉันรู้ว่าเธอคงไม่ต้องการ~
~เพราะรู้ว่าเธอไม่เคยเรียกร้องให้รักเธอ   โว๊ว โว๊วว   โววว~
~ยิ่งทำให้รัก รักเธอมากขึ้นทุกวัน ยิ่งนับวัน ก็มีแต่ยิ่งซึ้งใจ~
~ขอรักจริงๆเท่าที่ฉันมี ให้ถึงความดีที่เธอให้มา ยิ่งนานยิ่งรักเธอ โฮ้ โฮ่ โฮวว~
เสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดดังกึกก้องกว่าทุกครังเมื่อโต้งร้องเพลงจบลง
ทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่านอกจากจะหล่อแล้ว
ยังร้องเพลงเพราะอีกต่างหาก แถมแววตาและรอยยิ้มที่แสดงออกตอนร้องเพลง
มันทั้งดูอบอุ่นอ่อนโยน และน่าหลงใหล จนทำเอาสาวๆ และที่แอบสาวทั้งหลายแทบจะละลาย
เพลงที่เลือกเพื่อคนพิเศษ ฟังแล้วช่างน่าอิจฉาคนพิเศษคนนั้นจริงๆเลย
ในขณะที่คนพิเศษที่หลายคนแอบอิจฉา ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า ตั้งใจฟังเพลงที่คนบนเวทีร้องให้ฟังขนาดไหน
ทุกถ้อยคำในเนื้อเพลงที่โต้งร้องกำซ่านไปทั้งหัวใจ   แค่คิดว่าตัวเองสำคัญแค่ไหนสำหรับอีกคน
ก็ทำให้รู้สึกทั้งอบอุ่น และตื้นตัน พึ่งรู้วันนี้เองว่าการที่คนรักร้องเพลงรักให้
มันมีความสุขได้มากถึงขนาดนี้
หญิงหันมามองมิวเมื่อโต้งร้องเพลงจบ แล้วก็ต้องชงักเมื่อเห็นอีกคนมีน้ำตาคลอขึ้นมาที่หน่วยตาสวย
แต่ใบหน้าใสกลับแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มหวาน หญิงระบายยิ้มอ่อนๆเมื่อเห็นภาพของมิวตรงหน้า
ถึงไม่ต้องให้มีใครมาบอกหญิงก็สามารถรับรู้ได้ว่ามิวมีความสุขมากแค่ไหน...
แค่ได้เห็นคนที่ตัวเองรักมีความสุขหญิงก็พลอยมีความสุขตาม
แม้จะยังไม่สามารถรู้สึกดีใจไปกับมิวได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่มันก็เหลือแค่เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์สำหรับความผิดหวังในรักครั้งแรกของตัวเอง
เธอแน่ใจว่าเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวัน จะช่วยทำให้เธอเข้มแข็งได้มากกว่านี้
และเมื่อถึงเวลานั้น เธออาจจะพบเจอใครซักคนที่เธอรัก และรักเธอ เหมือนกับที่โต้งและมิวรักกัน
ทำอะไรอยู่เหรอโต้งมิวถาม หลังจากเดินออกมาจากห้องน้า
แล้วเห็นโต้งนั่งทำอะไรยุกยิกอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์
กำลังตัดสินใจว่าจะลงวิชาไหนเพิ่มหน่ะ โต้งบอกยิ้มๆ ก่อนจะฉุดร่างบางที่ตอนนี้ตัวหอมกรุ่น
ให้มานั่งช้อนบนตัก โอบเอวบางไว้หลวมๆ
หื้อ หอมจังบอกหลังจากถือวิสาสะสูดความหอมจากซอกคอขาวที่โผล่พ้นชุดนอนเข้าไปเต็มปอด
มิวยิ้มๆกับคนขี้อ้อนตรงหน้า
อาบน้ำเสร็จตั้งนานแล้วทำไมไม่เช็ดผมให้แห้ง เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก
มิวบ่นน้ำเสียงไม่จริงจังนักก่อนจะหยิบผ้าขนหนูที่อยู่ข้างตัวร่างสูง มาซับเบาๆตามเส้นผมนุ่ม
ความจริงแล้วโต้งตั้งใจที่จะปล่อยให้ผมเปียกอยู่อย่างนี้ เพราะแน่ใจว่ายังไงซะคนตัวเล็ก
ก็ต้องเป็นคนเช็ดให้เค้าอยู่ดี และการที่มีคนตัวนิ่มๆหอมๆน่ากอดอย่างคนนี้
มานั่งเช็ดให้มันก็มีความสุขกว่าเช็ดเองตั้งเยอะ...
เมื่อผมเริ่มจะแห้งดีแล้วโต้งก็ยึดมือบางที่วุ่นวายอยู่กับผมของเค้าให้อยู่นิ่งๆ 
ดวงตาเรียวสวยหรุบมองคนตรงหน้าอย่างสงสัย แก้มขาวดูเหมือนจะมีเลือดฝาดจนเป็นสีแดงระเรื่อ
เมื่อเห็นสายตาร้อนแรงของอีกคน โต้งค่อยๆโน้มใบหน้าเข้าใกล้ใบหน้าหวาน
ที่ตอนนี้เป็นสีแดงระเรื่อด้วยความอาย ดวงตาเรียวค่อยๆหลับลงเมื่อรับรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น
ก่อนที่ริมฝีปากทั้งคู่จะทันได้สัมผัสกัน โต้งก็ตัดสินใจซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาว
สูดดมความหอมจากร่างบางอย่างหักห้ามใจ ทำเอาคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดอดแปลกใจไม่ได้
..ทำไมโต้งไม่จูบ..
อาการนิ่งขึงของมิว ทำให้โต้งเริ่มรู้สึกตัว ที่ไม่จูบใช่ว่าไม่อยาก
แต่เพราะกลัวว้าได้จูบริมฝีปากเย้ายวนนั้น โต้งมั่นใจว่าคราวนี้มันคงไม่หยุดลงแค่เพียงจูบแน่นอน
ไปนอนกันเถอะ..นะกระซิบเสียงแผ่วชิดใบหู ก่อนจะใช้ริมฝีปากขบลงที่ใบหูนิ่ม อย่างอดใจไม่อยู่
ทำให้ใบหน้าใสแดงก่ำ ใจสั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...
อื้อ ได้แต่พึมพำตอบรับเบาๆ ก่อนจะตามร่างสูงไปนอนที่เตียง
ที่ตอนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นสีฟ้า ในขณะที่อีกครึ่งนึงเป็นสีเขียว เหมือนเมื่อตอนที่ทั้งคู่ยังเด็ก...
โต้ง มิวเรียกเสียงแผ่วเบา ด้วยไม่แน่ใจว่าอีกคนจะหลับรึยัง
หืม ขานรับเบาๆ พร้อมทั้งกระชับอ้อมกอดที่โอบร่างบางให้แน่นขึ้น
เพลงที่ร้องวันนี้ เพราะจัง ร้องได้งัยอะ มิวถามเสียงแผ่วเบา ใบหน้าหวานซุกหน้าอกอุ่นของอีกคนมากยิ่งขึ้น
เหตุผลที่ซุกนะเหรอก็ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวโต้ง
 
ทำให้นอนหลับฝันดีก็แค่นั้นเอง > <
เพลงที่มิวร้องวันนี้ก็เพราะ แล้วมิวแต่งได้งัยอะไม่ตอบไม่พอยังย้อนถามคำถามเดียวกันกลับมาอีก
ทำเอามิวนิ่งเป็นครู่ใหญ่ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบออกมาเบาๆ
เหตุผลก็เหมือนกับทุกเพลงที่เราแต่งให้โต้งหน่ะแหละ
ยังงัยทั้งที่เข้าใจ แต่ก็ยังแกล้งถามยิ้มๆให้อีกคนได้อาย
และเหตุผลสำคัญก็แค่อยากจะได้ยินว่าตัวเองสำคัญแค่ไหน
จากปากของคนในอ้อมกอดเท่านั้นเอง
ก็ถ้าไม่มีโต้ง ก็คงไม่มีเพลงพวกนี้หรอก ตอบเสียงแผ่ว
ก่อนจะซุกใบหน้าขาวที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงกับอกกว้างมากยิ่งขึ้น
จนแทบจะจมเป็นเนื้อเดียวกันอยู่แล้ว โต้งก้มมองคนในอ้อมกอมอย่างเอ็นดู
มือเรียวลูบผมนิ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยตอบน้ำเสียงอ่อนโยน
ก็เหมือนกัน คำตอบของโต้งทำให้มิวเงยหน้าจากอกอุ่น มามองคนตรงหน้าตาแป๋ว
เหมือนกันอะไร
ก็ถ้าไม่มีมิว เราก็คงร้องเพลงพวกนั้นไม่ได้หรอก คำตอบที่ได้รับทำให้มิวยิ้มกว้างอย่างถูกใจ
พลอยทำให้โต้งต้องยิ้มตามไปด้วย
ขอบคุณนะ
ขอบคุณอะไร โต้งถามก่อนจะดึงร่างบางให้กลับเข้ามานอนในอ้อมกอดอุ่น
ก้อ ขอบคุณที่รักกันงัยตอบเขินๆพร้อมทั้งเอามือเขี่ยกระดุมเสื้อโต้ง อย่างไม่รู้ตัว
แต่คนที่โดนกระทำหายใจสะดุดไปแล้ว แค่ผิวกายบอบบางหอมกรุ่นที่นอนเบียดในอ้อมกอด
แค่นี้ก็แทบจะทำให้สติฝ่ายดีเค้าหลุดลอยได้ทุกเมื่อ
มือเรียวจึงจับยึดข้อมือบางที่กำลังเล่นซนกับกระดุมเสื้อเขาให้อยู่นิ่งๆ
ก่อนที่ตัวเค้าเองจะทนไม่ไหวขึ้นมา คนตัวเล็กจึงช้อนสายตาขึ้นมามองโต้งอย่างไม่เข้าใจ
โต้งจึงยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน ก่อนจะก้มลงไปแตะริมฝีปากกับ หน้าผากมน
ไล่เรื่อยมาที่ดวงตาคู่สวย แก้มเนียนใสที่เป็นสีชมพูระเรื่อ แล้ววกมาแตะแผ่วเบาที่ริมฝีปากนุ่ม
 
ริมฝีปากบางขบเม้มริมฝีปากอิ่มอย่างอ่อนโยน และอ่อนหวานในคราเดียวกัน
ก่อนจะรีบผละออกมาอย่างรวดเร็ว ด้วยกลัวจะห้ามใจใม่ไหวขึ้นมาจริงๆ
กู๊ดไนท์นะมิว กระซิบบอกข้างขมับอย่างอ่อนโยน แต่มิวกลับขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
แปลก!!! โต้งแปลกไปจริงๆด้วย --
ทำไม
ทำไมอะไร โต้งถามอย่างแปลกใจ เมื่อได้ยินคำถามจากมิว
ทำไม วันนี้โต้งไม่จูบ
คำถามของมิวทำให้โต้งชงัก สติฝ่ายดีที่มีอยู่น้อยนิดแทบจะพังครืน เมื่อเจอคำถามอย่างนี้จากคนที่ตัวเองรัก..
..TBC..
...
...
...
TALK
ในที่สุดข้าเจ้าก้อผุด ฟิกตอนที่สี่ออกมาจนได้ ตอนนี้เป็นตอนที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยแต่งมา((มั้ง!!))
พึ่งรู้ว่ามีคนอ่านฟิกข้าเจ้าด้วยอ่า แถมเอาไปลงที่บอร์ดด้วย แอบอึ้งเล็กน้อยถึงปานกลาง!!!
ขอบคุณทุกคนที่ชอบด้วยนะฮับ ฟิกมานออกจะเรื่อยๆมาเรียงๆ แต่เก๊าะยังมีคนอ่าน ^^
ส่วนฟิกตอนนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรเหมือนเดิม T_T แหะ แหะ
แถมยังแอบเอาเพลงพี่ป๊อด มาเป็นเพลงของนู๋มิวอีกตะหาก เหตุผลไม่มีรัยมากก้อมันเพราะอ่า
ส่วนเพลงที่โต้งร้องให้มิว เพลงแรกคือเพลงหญิงเดียวในดวงใจ
แต่เปลี่ยนเนื้อเป็นคนเดียวในดวงใจ เหตุผลเพราะเนื้อเพลงมานโดน !!!
เพลงที่สองเพลงยิ่งรักเธอ เนื้อหามันเหมาะก่าคู่นี่ดี แค่นั้นจริงๆ
((จริงๆแล้วตอนแต่งนั่งฟังเพลงพวกนี้อยู่พอดี!!))
ส่วนบุคลิกของมิวในเรื่องนี้อาจจะดูขี้อ้อน แต่อยากจะบอกว่ามิวอ้อนแค่โต้งเท่านั้นนะ
 
กะเพื่อนคนอื่นมิวออกจะแมน (เหรอ??)
แล้วที่ฟิกมานหวานเลี่ยน ก้ออย่างที่บอกไว้ในแรงบันดาลใจ แล้วว่าข้าเจ้าอยากอ่าน ก็แค่นั้นเอง
ถ้าไม่ชอบแนวนี้ ก็แค่ปิดไป อย่ามาป่วนกันเลยนะเจ้าค่ะ ^_^
อ้อส่วนเรื่องงานเฟรชซี่ไนท์อ่า มั่วเอา!!! เพราะยังมะมีประสบการ์ณ งานต่างๆอาจมะสมจริงนะฮับ!!!
P.S. อยากอ่าน youre mine ต่ออ่า ดิ้น ดิ้น > o<
...........จินหล่อ เมะสวย คิบอมเทห์ ดงเฮน่าร๊ากกก ไปดีกว่า...........
PART...IV
กลับมาแล้วเสียงทุ้มนุ่มหูที่คุ้นเคย เรียกให้มิวละความสนใจจากการแต่งเพลงที่ค้างอยู่
เดินออกมาหาโต้งพร้อมด้วยรอยยิ้มหวาน
ตอนนี้ทั้งมิวและโต้งเรียนอยู่มหาลัยเดียวกัน แต่ต่างคณะ
มิวเรียนคณะศิลปกรรม เอกดุริยางคศิลป์ ในขณะที่โต้งเอนท์ติดสถาปัตย์สมใจ
ส่วนหญิงก็เรียนคณะบัญชี เอ็กซ์เรียนคณะรัฐศาสตร์ สองคนหลังนี้ก็เรียนมหาลัยเดียวกับคนทั้งคู่
เนื่องจากบ้านโต้งไกลจากมหาลัย วันธรรมดาที่มีเรียนโต้งจึงมาอยู่กับมิว
ส่วนวันที่ไม่มีเรียนก็กลับไปอยู่บ้านกับพ่อและแม่
นานๆครั้งถ้าแม่โต้งชวนไปทานข้าวที่บ้าน มิวถึงจะไปค้างที่บ้านโต้ง
ไหนวันนี้บอกว่าจะกลับไปค้างที่บ้านงัยถามอย่างแปลกใจขณะที่ยื่นมือไปรับกระเป๋าจากร่างสูง
แล้วเดินเอาเข้าไปเก็บข้างใน ตัวบ้าน
หื้อออ มิวอุทานออกมาเมื่อโต้งเดินมาช้อนกอดตัวเค้าจากทางด้านหลัง
ร่างบางหัวเราะคิกคักอย่างจั๊กกะจี้ เมื่อใบหน้าหล่อขโมยหอมแก้มนิ่มฟอดใหญ่
แล้วยังมีแถมออฟชั่นด้วยการซุกใบหน้าลงบนซอกคอขาวอีกต่างหาก
ก็พอดีอาทิตย์นี้แม่กับพ่อต้องไปธุระต่างจังหวัด เรามาอยู่กับมิวดีกว่า จริงมั๊ย
ตอบยืดยาว พร้อมทั้งดึงร่างบางให้มานั่งซ้อนบนตัก
มืออบอุ่นก็ตระกรองกอดไปที่รอบเอวบางอย่างทะนุถนอม
เหนื่อยมั๊ย ถามเสียงหวาน ในขณะที่มือเรียวก็เสยผมที่ตอนนี้เริ่มจะยาวลงมาปรกหน้าให้อย่างอ่อน
โยน
ไม่เหนื่อย แต่เบื่อเมื่อไหร่จะรับน้องเสร็จซะทีก็ไม่รู้ คำตอบที่มาพร้อมกับใบหน้ายุ่งๆ
ที่บอกให้รู้ว่าคนพูดเบื่อจริงๆทำให้มิวหัวเราะออกมาเบาๆอย่างอดเอ็นดูไม่ได้
แล้วพี่อ๊อดจะให้มิวกลับไปซ้อมเมื่อไหร่อะ
ก็คงจะรอให้หมดช่วงรับน้องก่อน เห็นพี่อ๊อดบอกว่าจะให้วางซิงเกิ้ลใหม่ด้วย นี่เราก็แต่งเพลงใหม่ได้
หลายเพลงแล้วหล่ะ
แล้วคราวนี้มีเพลงของเรามั๊ยถามยิ้มๆ แถมดวงตายังพราวระยับอีกต่างหาก
ไม่รู้สิ โต้งต้องรอฟังเองมิวอมยิ้มเขินๆก่อนตอบ จริงๆแล้วทุกเพลงที่เค้าเขียนขึ้นมา
มันคือเพลงรักที่เค้าเขียนให้สำหรับโต้งเพียงคนเดียวเท่านั้น  
ถ้าไม่มีโต้งตัวเค้าเองค่อนข้างที่จะแน่ใจว่าคงไม่มีทางที่บทเพลงพวกนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน
ยังไงก็ต้องเป็นเพลงของเราอยู่แล้วหล่ะ ตอบพร้อมทั้งยืดอกอย่างมั่นใจ
เรียกเสียงหัวเราะให้กับเจ้าของบทเพลง ใบหน้าหวานเอียงซบอกอุ่นอย่างผ่อนคลาย
ก่อนที่จะถามกลับน้ำเสียงที่ฟังดูคล้ายกับจะอ้อนนิดๆ
ทำไมโต้งถึงคิดอย่างนั้นหล่ะ
ก็เพราะว่าเพลงที่มิวเขียนเป็นเพลงรักยังไงหล่ะ
คำตอบของโต้งทำให้มิวเงยหน้าขึ้นมามองโต้งตาแป๋ว ถามกลับอย่างสงสัย
แล้วมันเป็นยังไงเหรอ ดวงตาคู่สวยที่จ้องมองอย่างสงสัยจริงๆ
ทำให้อีกคนหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดเอ็นดูไม่ได้  
ก่อนจะขโมยจุ๊บริมฝีปากอิ่มที่เป็นสีแดงระเรื่ออย่างอดใจไม่ไหว
ทำเอามิวหน้าร้อนผ่าว แก้มใสถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงขึ้นมาทันตา
ทั้งที่ก็ทำออกบ่อยแต่ทำไมถึงยังไม่ชินซะทีน๊า...
ก้อเพราะว่าเพลงรัก ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้ จริงมั๊ย
คำตอบที่ได้รับ ยิ่งทำให้ใบหน้าหวานยิ่งร้อนผ่าวมากขึ้นกว่าเดิม
ทำไมเดี๋ยวนี้โต้งถึงได้พูดอะไรที่ทำให้คนฟังใจเต้นแรงอย่างนี้ได้คล่องนักนะ
มิวจึงทำได้แค่หัวเราะเบาๆแก้เขิน ใบหน้าหวานซุกอกอุ่นอย่างคลอเคลีย
ปากบางก็พึมพัมร้องเพลงกันและกันอย่างแผ่วเบาให้กับอีกคนฟัง
ในขณะที่โต้งก็กระชับอ้อมกอดที่กอดร่างบางให้แน่นขึ้น
โยกเบาๆราวกับจะกล่อมอีกคน นานๆครั้งๆก็ก้มลงไปหอมศรีษะที่ปกคลุมไปด้วยผมนุ่มหอม เป็นระยะๆ
คลอเคลียอยู่ไม่ห่าง ทั้งคู่ต่างตกอยู่ในภวังค์ของความสุขหอมหวานที่มีเพียงกันและกัน
ใบหน้าของทั้งสองคนแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม
ที่ราวกับจะบอกให้ทุกสิ่งรับรู้ว่าเจ้าของรอยยิ้มนั้นมีความสุขมากเพียงใด
...
...
...
ในที่สุดวันคืนที่โต้งรอคอยก็มาถึง นั่นก็คือวันลาส เชียร์
ในที่สุดช่วงเวลารับน้องอันแสนหฤโหดก็จะได้จบลงซะที
แล้วต่อไปเค้าจะได้มีเวลาอยู่กับมิวให้มากขึ้น!!!
คืนนี้เป็นคืนเฟรชซี่ไนท์ เป็นคืนที่เปรียบเสมือนการได้ปลดปล่อยของน้องปีหนึ่ง
จากที่ต้องทนเครียดกับการรับน้องมาเป็นเดือน คณะต่างๆ ต่างก็มีกิจกรรมมาโชว์เพื่อเพิ่มความสนุกของงาน
แต่ที่เป็นไฮไลท์ของงานก็คือการแสดงของรุ่นน้องปีหนึ่ง และวงดนตรีที่จ้างมาเล่นเพื่อความบันเทิง
ซึ่งหนึ่งในวงเหล่านั้นก็มีวงออกัสรวมอยู่ด้วย...
พอถึงคิวที่วงออกัสต้องขึ้นเวที ทุกคนต่างก็อดตื่นเต้นไม่ได้
ถึงแม้ว่าจะเคยขึ้นเวทีมาหลายครั้งแล้วก็ตาม
เอ้า ทุกคนเต็มที่นะเว้ย ให้เจ๋งสมกับเป็นวงของเราเ อ็กซ์บอกน้ำเสียงแอบตื่นเต้น
ไม่ได้หรอกงานนี้ต้องโชว์ความเทห์ให้เต็มที่ เผื่อจะมีดาวคณะไหนซักคณะหนึ่งหันมามองบ้าง???
พี่มิว จะร้องเพลงใหม่ หวานโคตรเลยอ๊ะเปล่าปิงปองถาม ท้ายประโยคยังมิวายมีแอบล้อ
ก็ต้องร้องสิ เจ้าของเพลงอยู่ที่นี้แล้วหนิยังไม่ทันที่มิวจะได้ตอบ เอ็กซ์ก็ชิงตอบขึ้นมาก่อนอย่างอดคันปากไม่ได้
"เงียบไปเลยมึง" มิวหันไปดุเอ็กซ์ทีหนึ่ง แทนที่จะจ๋อยเอ็กซ์ยังยักไหล่ทำหน้าเป็นให้อีก มิวส่ายหัวเบาๆ
อย่างระอา ก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนร่วมวงคนอื่นต่อ  
อื้อ เล่นเป็นเพลงสุดท้ายละกัน สรุปก็เล่นห้าเพลงตามที่ได้ซ้อมไว้ละกันนะ มิวบอกพร้อมทั้งสรุปคิวต่างๆอีกที
ก่อนที่ทุกคนจะออกไปขึ้นเวที มิวเริ่มต้นเพลงแรกด้วยเพลง รู้สึกบ้างไหม
ต่อด้วยเพลงเพียงเธอ ในขณะที่ร้องเพลงอยู่นั้น ก็คอยชำเลืองไปทางโต้งที่ยืนฟังเพลงด้วยรอยยิ้มอยู่เป็นระยะๆ
เพลงที่สามเป็นเพลงคืนอันเป็นนิรันดิ์ พอจบมิวก็ขึ้นเพลงกันและกัน
และก็เหมือนทุกเพลงที่สายตาของมิวจะคอยจับจ้องไปที่เจ้าของบทเพลงที่แท้จริงอยู่ตลอดสลับกับมอง
คนดูบ้าง เพื่อไม่ให้ดูผิดปกติ
พร้อมทั้งส่งรอยยิ้มหวานที่มีให้แค่เพียงคนเดียวพอสิ้นเสียงเพลง ทุกคนต่างปรบมือด้วยความประทับใจ
ครับ เพลงต่อไปก็เป็นเพลงสุดท้ายแล้วนะครับ มิวบอกเสียงติดจะสั่นนิดหน่อย
เพลงนี้ ยังไม่เคยร้องที่ไหน จะร้องที่นี่เป็นที่แรก ลองฟังดูนะครับ
พอสิ้นเสียงมิว อินโทรดนตรีก็เริ่มขึ้น ทุกคนที่ดูอยู่ก็ปรบมือขึ้นมาพร้อมกัน
รวมทั้งโต้งที่ตั้งใจจะฟังเพลงใหม่ของเค้าอย่างใจจดใจจ่อ
~   เก็บเพลงรักนี้ ไว้ให้เธอ เมื่อวันใดที่เจอะเจอ   ~
~ ฉันก็พร้อมและยินยอมมอบความรัก และจิตใจชั่วนิรันด์ (ชั่วนิรันด์) ~
~มีเพลงเพลงนึงที่เคยร้องให้เธอฟัง แต่ไม่รู้ว่ายังจำได้หรือเปล่า~
~ วันและเวลาอาจจะหมุนและเวียนไป แต่ใจความในเพลงนั้นของเรา~
~ ก็ยังคงเฝ้าย้ำพูดถึงความรักที่ลึกซึ้ง และยังคงตรึงในหัวใจ~
~ นานแค่ไหนก็เหมือนเก่า เหมือนวันแรกที่เราเจอะกัน~
~เก็บเพลงรักนี้ให้เป็นของขวัญ ให้เธอได้รับได้รู้หัวใจของฉัน ~
~แม้คืนวันจะเปลี่ยนแปลงซักแค่ไหน แต่ใจของฉันที่รักเธอนั้น~
~ต่อให้ต้องลงนรกหรือขึ้นสรวงสวรรค์ ฉันก็จะไม่มีวันมอบให้ใคร~
~ จะมีเพียงเธอแค่เพียงคนเดียว และจะมีแต่เธอ เธอแค่เพียงคนเดียว~
~และจะเป็นเพียงคนเดียวเสมอไป ที่ฉันฝากชีวิตทั้งหมดไว้ โดยไม่มีวันทวงกลับคืน~
~กาลและเวลาที่เปลี่ยนหมุนและเวียนไป อาจจะทำให้หัวใจใครหมุนตาม ~
~แต่ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนหมุนไปยังไงใจความในเพลงนั้นของเรา ~
~ก็ยังคงเฝ้าย้ำพูดถึงความรักที่ลึกซึ้ง และยังคงตรึงในหัวใจ~
~ นานแค่ไหนก็เหมือนเก่า เหมือนวันแรกที่เราเจอะกัน~
~เก็บเพลงรักนี้ให้เป็นของขวัญ ให้เธอได้รับได้รู้หัวใจของฉัน ~
~แม้คืนวันจะเปลี่ยนแปลงซักแค่ไหน แต่ใจของฉันที่รักเธอนั้น~
~ ต่อให้ต้องลงนรกหรือขึ้นสรวงสวรรค์ ฉันก็จะไม่มีวันมอบให้ใคร ~
~จะมีเพียงเธอแค่เพียงคนเดียว และจะมีแต่เธอ เธอแค่เพียงคนเดียว ~
~และจะเป็นเพียงคนเดียวเสมอไป ที่ฉันฝากชีวิตทั้งหมดไว้ โดยไม่มีวันทวงกลับคืน~
~ ฉันขอใช้ช่วงเวลาทั้งชีวิตที่ฉันมี ฉันขอใช้ไปกับเธอ กับเธอ เธอคนนี้ ~
~เก็บเพลงรักนี้ให้เป็นของขวัญ ให้เธอได้รับได้รู้หัวใจของฉัน ~
~แม้คืนวันจะเปลี่ยนแปลงซักแค่ไหน แต่ใจของฉันที่รักเธอนั้น~
~ ต่อให้ต้องลงนรกหรือขึ้นสรวงสวรรค์ ฉันก็จะไม่มีวันมอบให้ใคร ~
~จะมีเพียงเธอแค่เพียงคนเดียว และจะมีแต่เธอ เธอแค่เพียงคนเดียว~
~ และจะเป็นเพียงคนเดียวเสมอไป ที่ฉันฝากชีวิตทั้งหมดไว้ โดยไม่มีวันทวงกลับคืน ~
~ฉันขอมอบชีวิตทั้งหมดไว้ ฝากให้กับเธอเพียงผู้เดียว~
พอร้องเพลงท่อนสุดท้ายจบ เสียงปรบมือก็ดังกึกก้องขึ้นมา
ด้วยประทับใจในเนื้อหาของบทเพลง และเสียงอันไพเราะของนักร้องนำ
ในขณของบทเพลง
ที่มิวบรรจงเขียนขึ้นมาเพื่อเขาเพียงคนเดียว
มิวเดินลงมาจากเวทีเพื่อที่จะมาหาโต้ง แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเจอเพียงแค่หญิงกับจอย
แหมมม เพลงหวานเชียวน๊ามิวแต่งให้หญิงเหรอ พอเห็นหน้ามิวหญิงก็เริ่มต้นแซวทันที
มิวได้แต่หัวเราะเบาๆ ในความแก่นเซี้ยวอย่างเสมอต้นเสมอปลายของหญิง
ก่อนจะถามหญิงกลับ
โต้งหล่ะหญิง
ไม่รู้สิ เมื่อกี้ยังยืนทำหน้าซึ้งอินกะเพลงอยู่เลย เผลอแป๊บเดียวหายไปไหนก็ไม่รู้
คำตอบของหญิงทำให้มิวพยักหน้ารับ ก่อนจะสอดส่ายสายตามองหา
เมื่อไม่เห็นจริงๆจึงนั่งมองการแสดงบนเวที ที่ตอนนี้เริ่มเป็นการแสดงของปีหนึ่งคณะต่างๆแล้ว
โต้งอาจจะไปเตรียมตัวแสดงกิจกรรมของคณะตัวเองก็ได้ อิหญิงมึงว่าคนนั้นหล่อมั๊ยว๊ะ
จอยที่นั่งเงียบอยู่ออกความเห็นในขณะที่ตาก็คอยสอดส่องหาหนุ่มหล่อดูเป็นอาหารตา สะกิดหญิง ยิกๆ
เมื่อเจอเป้าหมายที่ถูกใจ ทำเอาหญิงส่ายหน้าด้วยความระอา
เฮ้ยยย ไม่หรอกไม่เห็นโต้งบอกเราเลยมิวค้านขึ้นมาอย่างเห็นขำ   นิ่งๆ อย่างโต้งเนี๊ยะนะจะทำกิจกรรม!!!
มันก้อไม่แน่น๊ามิว โต้งอาจจะอยากทำสะใภ้มิวก็ได้ หญิงล้อมิวยิ้มๆ
แต่ตัวเธอเองก็เป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่าอย่างโต้งคงไม่มีวันทำแน่ๆ
มิวได้ยินคำตอบของหญิง ก็ยิ่งส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย ไม่มีทางอะ!!!
ต่อไปเป็นการแสดงของน้องคณะสถาปัตย์นะครับ เป็นการเล่นดนตรีของน้องๆ
ที่พิเศษก็คือนักร้องนำเป็นถึงเดือนคณะเลยนะครับ เชิญชมเลยครับ!!!
สิ้นเสียงประกาศของพิธีกรเสียงสาวๆทั้งสาวแท้ สาวเทียม
ก็กรี๊ดกระจายในความหล่อใสของนักร้องนำ
เฮ้ย!! นั่นมันโต้งอะหญิงกับจอยอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
ไอ้ที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้มันดันกลับเป็นไปได้
แล้วเมื่อกี้มึงได้ยินเหมือนกูป่าวอะอิจอย ว่าโต้งเป็นเดือนคณะ
หญิงถาม โดยที่สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าโต้งที่อยู่บนเวที
ในขณะที่มิวดูเหมือนจะอึ้งขึ้นมาจริงๆ เอาแต่จ้องใบหน้าหล่ออย่างเอาเป็นเอาตาย
จนหญิงกระตุกที่แขนหลายๆทีถึงจะได้รู้สึกตัว หันมามองหญิงอย่างงงๆ
หญิงว่าไงนะ
เราถามมิวว่าโต้งเป็นเดือนคณะไม่เห็นบอกกันมั่งเลย
เราก็ไม่รู้อะหญิง โต้งไม่ได้บอกคำตอบของมิวทำให้หญิงพยักหน้าพึมพัมเบาๆว่า โต้งคงเขินหน่ะ
มิวยิ้มบางๆพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะตั้งใจดูคนหล่อบนเวทีอย่างจริงจัง > ///<
พอเซ็ตเครื่องดนตรีเสร็จ ทุกคนในวงพร้อม โต้งจึงหันมาทักทายคนดู
พร้อมด้วยรอยยิ้มบางๆ นิ่งๆ ก่อนจะเจาะจงมาสบสายตากับมิวอย่างจงใจ
รอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนถูกประดับบนใบหน้าทันทีที่สบกับสายตาหวานๆคู่นั้น
รอยยิ้มและสายตาที่โต้งมอบให้ทำเอามิวใจเต้นระรัวจนปวดไปหมด
ยิ้มหวานออกมาด้วยความสุขที่แทบจะล้นออกมาจากใจ
ครับวันนี้คณะเราก็มีการแสดงคือการเล่นดนตรีนะครับ
สิ้นเสียงนุ่มหู เสียงกรี๊ดจากทั่วทุกสารทิศก็ดังขึ้นมาจนแสบหู
ไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษนอกจากคนพูดหล่อ!!!!
แม้ว่าผมจะแต่งเพลงเองไม่ได้ แต่เพลงที่เลือกมาร้องวันนี้ก็เป็นเพลงที่ผมตั้งใจเลือกมาร้องให้กับคนพิเศษ..ของผมโดยเฉพาะ ..นะครับ..
เสียงทุ้มพูดออกไมค์เรียกเสียงกรี๊ดอีกครั้ง(เป็นรอบที่เท่าไหร่คนแต่งขี้เกียจนับ!!)
ในขณะที่พูดดวงตาคมก็คอยจ้องสบกับดวงตาหวานตลอดเวลา
ไม่มีการเผื่อแผ่สายตาให้คนดูแม้แต่น้อย((กำ --"))
รอยยิ้มอ่อนโยนไม่คลายไปจากใบหน้าหล่อ
เป็นสายตาและรอยยิ้มที่มีให้เฉพาะแค่มิวเพียงคนเดียวเท่านั้น
เมื่อดนตรีเริ่มบรรเลง เสียงทุ้มนุ่มหูก็เริ่มร้องเพลงที่ตั้งใจเลือกขึ้นมา
เพื่อมอบให้กับคนสำคัญที่ตอนนี้กำลังมองสบตาพร้อมทั้งมอบรอยยิ้มหวานตอบกลับมาให้ได้ชื่นใจ
~ ชายคนหนึ่ง กับใจดวงหนึ่ง ที่ต้องทนเดียวดายและอ่อนล้า ยังเคยนอนหลับไปทั้งน้ำตา ~
~ วันเวลาทำลายหัวใจฉัน นั่นคือเรื่องราว ก่อนที่เธอจะ..เดิน..เข้ามา.. ~
~ ใจดวงหนึ่ง จากคนคนหนึ่ง เข้ามาทำให้ใจที่อ่อนล้า ให้ไม่ต้องทนกับวันที่แล้วมา ~
~ กำลังใจจากเธอนั้นมีค่า รักที่..ให้มาสมบูรณ์ยิ่งกว่าที่ฉันเคย..พบ.. ~
~ เธอเป็นคนเดียวในดวงใจ เก็บความรักฉันไว้ที่เธอ ~
~ ถ้าลมหายใจที่ฉันมีต้องให้ใคร คนคนนั้นก็ต้องเป็น..เธอ.. ~
~ ทุกๆสิ่งที่ฉันมี ทุกๆอย่างเกิดจากรักเธอ ฉันจะอยู่และทำเพื่อเธอ ทุกๆวินาที ~
~ เธอเป็นคนเดียวในดวงใจ เก็บความรักฉันไว้ที่เธอ ~
~ ถ้าลมหายใจที่ฉันมีต้องให้ใคร คนคนนั้นก็ต้องเป็น..เธอ.. ~
ขอบคุณครับ เพลงต่อไปก็เป็นเพลงสุดท้ายของพวกเราแล้วนะครับ ก่อนที่จะไปพบกับคณะต่อไป
โต้งกล่าวขอบคุณ หลังจากเสียงกรี๊ดหยุดลง ก่อนที่จะเริ่มร้องเพลงต่อไป เมื่อดนตรีบรรเลงขึ้นมา
~ขอรักจริงๆเท่าที่ฉันมี ให้ถึงความดีที่เธอให้มา ยิ่งทำให้รักเธอ โฮ้ โฮ่ โฮวว~
~เธอคนเดียวที่ห่วงใยถึงกัน เธอคนเดียวที่เปลี่ยนแปลงฉันให้เข้าใจ~
~ว่ารักจริงๆ ที่แท้เป็นไง ให้รู้ว่ามันคือสิ่งที่สวยงาม~
~เป็นดวงตาให้กันยามมืดมน เป็นดังลมคอยโบกเวลาที่ร้อนใจ~
~เหมือนเสียงดนตรีที่ก้องในใจ รู้มั๊ยว่าเธอคือสิ่งที่สวยงาม~
~ยิ่งทำให้รัก รักเธอมากขึ้นทุกวัน ยิ่งนับวัน ก็มีแต่ยิ่งซึ้งใจ~
~ขอรักจริงๆเท่าที่ฉันมี ให้ถึงความดีที่เธอให้มา ยิ่งนานยิ่งรักเธอ โฮ้ โฮ่ โฮวว~
~ในเวลาที่ห่างกันแสนไกล ยังมีเธอปรากฏในใจใกล้ๆกัน~
~ให้รู้สึกอุ่นทุกๆคืนวัน เหมือนฉันนั้นมีเธออยู่ข้างๆกาย ~
~ยิ่งทำให้รัก รักเธอมากขึ้นทุกวัน ยิ่งนับวัน ก็มีแต่ยิ่งซึ้งใจ~
~ขอรักจริงๆเท่าที่ฉันมี ให้ถึงความดีที่เธอให้มา ยิ่งนานยิ่งรักเธอ โฮ้ โฮ่ โฮวว~
~ถึงแม้ให้เธอเป็นดังลมหายใจ ฉันรู้ว่าเธอคงไม่ต้องการ~
~เพราะรู้ว่าเธอไม่เคยเรียกร้องให้รักเธอ   โว๊ว โว๊วว   โววว~
~ยิ่งทำให้รัก รักเธอมากขึ้นทุกวัน ยิ่งนับวัน ก็มีแต่ยิ่งซึ้งใจ~
~ขอรักจริงๆเท่าที่ฉันมี ให้ถึงความดีที่เธอให้มา ยิ่งนานยิ่งรักเธอ โฮ้ โฮ่ โฮวว~
เสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดดังกึกก้องกว่าทุกครังเมื่อโต้งร้องเพลงจบลง
ทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่านอกจากจะหล่อแล้ว
ยังร้องเพลงเพราะอีกต่างหาก แถมแววตาและรอยยิ้มที่แสดงออกตอนร้องเพลง
มันทั้งดูอบอุ่นอ่อนโยน และน่าหลงใหล จนทำเอาสาวๆ และที่แอบสาวทั้งหลายแทบจะละลาย
เพลงที่เลือกเพื่อคนพิเศษ ฟังแล้วช่างน่าอิจฉาคนพิเศษคนนั้นจริงๆเลย
ในขณะที่คนพิเศษที่หลายคนแอบอิจฉา ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า ตั้งใจฟังเพลงที่คนบนเวทีร้องให้ฟังขนาดไหน
ทุกถ้อยคำในเนื้อเพลงที่โต้งร้องกำซ่านไปทั้งหัวใจ   แค่คิดว่าตัวเองสำคัญแค่ไหนสำหรับอีกคน
ก็ทำให้รู้สึกทั้งอบอุ่น และตื้นตัน พึ่งรู้วันนี้เองว่าการที่คนรักร้องเพลงรักให้
มันมีความสุขได้มากถึงขนาดนี้
หญิงหันมามองมิวเมื่อโต้งร้องเพลงจบ แล้วก็ต้องชงักเมื่อเห็นอีกคนมีน้ำตาคลอขึ้นมาที่หน่วยตาสวย
แต่ใบหน้าใสกลับแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มหวาน หญิงระบายยิ้มอ่อนๆเมื่อเห็นภาพของมิวตรงหน้า
ถึงไม่ต้องให้มีใครมาบอกหญิงก็สามารถรับรู้ได้ว่ามิวมีความสุขมากแค่ไหน...
แค่ได้เห็นคนที่ตัวเองรักมีความสุขหญิงก็พลอยมีความสุขตาม
แม้จะยังไม่สามารถรู้สึกดีใจไปกับมิวได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่มันก็เหลือแค่เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์สำหรับความผิดหวังในรักครั้งแรกของตัวเอง
เธอแน่ใจว่าเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวัน จะช่วยทำให้เธอเข้มแข็งได้มากกว่านี้
และเมื่อถึงเวลานั้น เธออาจจะพบเจอใครซักคนที่เธอรัก และรักเธอ เหมือนกับที่โต้งและมิวรักกัน
ทำอะไรอยู่เหรอโต้งมิวถาม หลังจากเดินออกมาจากห้องน้า
แล้วเห็นโต้งนั่งทำอะไรยุกยิกอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์
กำลังตัดสินใจว่าจะลงวิชาไหนเพิ่มหน่ะ โต้งบอกยิ้มๆ ก่อนจะฉุดร่างบางที่ตอนนี้ตัวหอมกรุ่น
ให้มานั่งช้อนบนตัก โอบเอวบางไว้หลวมๆ
หื้อ หอมจังบอกหลังจากถือวิสาสะสูดความหอมจากซอกคอขาวที่โผล่พ้นชุดนอนเข้าไปเต็มปอด
มิวยิ้มๆกับคนขี้อ้อนตรงหน้า
อาบน้ำเสร็จตั้งนานแล้วทำไมไม่เช็ดผมให้แห้ง เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก
มิวบ่นน้ำเสียงไม่จริงจังนักก่อนจะหยิบผ้าขนหนูที่อยู่ข้างตัวร่างสูง มาซับเบาๆตามเส้นผมนุ่ม
ความจริงแล้วโต้งตั้งใจที่จะปล่อยให้ผมเปียกอยู่อย่างนี้ เพราะแน่ใจว่ายังไงซะคนตัวเล็ก
ก็ต้องเป็นคนเช็ดให้เค้าอยู่ดี และการที่มีคนตัวนิ่มๆหอมๆน่ากอดอย่างคนนี้
มานั่งเช็ดให้มันก็มีความสุขกว่าเช็ดเองตั้งเยอะ...
เมื่อผมเริ่มจะแห้งดีแล้วโต้งก็ยึดมือบางที่วุ่นวายอยู่กับผมของเค้าให้อยู่นิ่งๆ 
ดวงตาเรียวสวยหรุบมองคนตรงหน้าอย่างสงสัย แก้มขาวดูเหมือนจะมีเลือดฝาดจนเป็นสีแดงระเรื่อ
เมื่อเห็นสายตาร้อนแรงของอีกคน โต้งค่อยๆโน้มใบหน้าเข้าใกล้ใบหน้าหวาน
ที่ตอนนี้เป็นสีแดงระเรื่อด้วยความอาย ดวงตาเรียวค่อยๆหลับลงเมื่อรับรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น
ก่อนที่ริมฝีปากทั้งคู่จะทันได้สัมผัสกัน โต้งก็ตัดสินใจซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาว
สูดดมความหอมจากร่างบางอย่างหักห้ามใจ ทำเอาคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดอดแปลกใจไม่ได้
..ทำไมโต้งไม่จูบ..
อาการนิ่งขึงของมิว ทำให้โต้งเริ่มรู้สึกตัว ที่ไม่จูบใช่ว่าไม่อยาก
แต่เพราะกลัวว้าได้จูบริมฝีปากเย้ายวนนั้น โต้งมั่นใจว่าคราวนี้มันคงไม่หยุดลงแค่เพียงจูบแน่นอน
ไปนอนกันเถอะ..นะกระซิบเสียงแผ่วชิดใบหู ก่อนจะใช้ริมฝีปากขบลงที่ใบหูนิ่ม อย่างอดใจไม่อยู่
ทำให้ใบหน้าใสแดงก่ำ ใจสั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...
อื้อ ได้แต่พึมพำตอบรับเบาๆ ก่อนจะตามร่างสูงไปนอนที่เตียง
ที่ตอนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นสีฟ้า ในขณะที่อีกครึ่งนึงเป็นสีเขียว เหมือนเมื่อตอนที่ทั้งคู่ยังเด็ก...
โต้ง มิวเรียกเสียงแผ่วเบา ด้วยไม่แน่ใจว่าอีกคนจะหลับรึยัง
หืม ขานรับเบาๆ พร้อมทั้งกระชับอ้อมกอดที่โอบร่างบางให้แน่นขึ้น
เพลงที่ร้องวันนี้ เพราะจัง ร้องได้งัยอะ มิวถามเสียงแผ่วเบา ใบหน้าหวานซุกหน้าอกอุ่นของอีกคนมากยิ่งขึ้น
เหตุผลที่ซุกนะเหรอก็ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวโต้ง
 
ทำให้นอนหลับฝันดีก็แค่นั้นเอง > <
เพลงที่มิวร้องวันนี้ก็เพราะ แล้วมิวแต่งได้งัยอะไม่ตอบไม่พอยังย้อนถามคำถามเดียวกันกลับมาอีก
ทำเอามิวนิ่งเป็นครู่ใหญ่ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบออกมาเบาๆ
เหตุผลก็เหมือนกับทุกเพลงที่เราแต่งให้โต้งหน่ะแหละ
ยังงัยทั้งที่เข้าใจ แต่ก็ยังแกล้งถามยิ้มๆให้อีกคนได้อาย
และเหตุผลสำคัญก็แค่อยากจะได้ยินว่าตัวเองสำคัญแค่ไหน
จากปากของคนในอ้อมกอดเท่านั้นเอง
ก็ถ้าไม่มีโต้ง ก็คงไม่มีเพลงพวกนี้หรอก ตอบเสียงแผ่ว
ก่อนจะซุกใบหน้าขาวที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงกับอกกว้างมากยิ่งขึ้น
จนแทบจะจมเป็นเนื้อเดียวกันอยู่แล้ว โต้งก้มมองคนในอ้อมกอมอย่างเอ็นดู
มือเรียวลูบผมนิ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยตอบน้ำเสียงอ่อนโยน
ก็เหมือนกัน คำตอบของโต้งทำให้มิวเงยหน้าจากอกอุ่น มามองคนตรงหน้าตาแป๋ว
เหมือนกันอะไร
ก็ถ้าไม่มีมิว เราก็คงร้องเพลงพวกนั้นไม่ได้หรอก คำตอบที่ได้รับทำให้มิวยิ้มกว้างอย่างถูกใจ
พลอยทำให้โต้งต้องยิ้มตามไปด้วย
ขอบคุณนะ
ขอบคุณอะไร โต้งถามก่อนจะดึงร่างบางให้กลับเข้ามานอนในอ้อมกอดอุ่น
ก้อ ขอบคุณที่รักกันงัยตอบเขินๆพร้อมทั้งเอามือเขี่ยกระดุมเสื้อโต้ง อย่างไม่รู้ตัว
แต่คนที่โดนกระทำหายใจสะดุดไปแล้ว แค่ผิวกายบอบบางหอมกรุ่นที่นอนเบียดในอ้อมกอด
แค่นี้ก็แทบจะทำให้สติฝ่ายดีเค้าหลุดลอยได้ทุกเมื่อ
มือเรียวจึงจับยึดข้อมือบางที่กำลังเล่นซนกับกระดุมเสื้อเขาให้อยู่นิ่งๆ
ก่อนที่ตัวเค้าเองจะทนไม่ไหวขึ้นมา คนตัวเล็กจึงช้อนสายตาขึ้นมามองโต้งอย่างไม่เข้าใจ
โต้งจึงยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน ก่อนจะก้มลงไปแตะริมฝีปากกับ หน้าผากมน
ไล่เรื่อยมาที่ดวงตาคู่สวย แก้มเนียนใสที่เป็นสีชมพูระเรื่อ แล้ววกมาแตะแผ่วเบาที่ริมฝีปากนุ่ม
 
ริมฝีปากบางขบเม้มริมฝีปากอิ่มอย่างอ่อนโยน และอ่อนหวานในคราเดียวกัน
ก่อนจะรีบผละออกมาอย่างรวดเร็ว ด้วยกลัวจะห้ามใจใม่ไหวขึ้นมาจริงๆ
กู๊ดไนท์นะมิว กระซิบบอกข้างขมับอย่างอ่อนโยน แต่มิวกลับขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
แปลก!!! โต้งแปลกไปจริงๆด้วย --
ทำไม
ทำไมอะไร โต้งถามอย่างแปลกใจ เมื่อได้ยินคำถามจากมิว
ทำไม วันนี้โต้งไม่จูบ
คำถามของมิวทำให้โต้งชงัก สติฝ่ายดีที่มีอยู่น้อยนิดแทบจะพังครืน เมื่อเจอคำถามอย่างนี้จากคนที่ตัวเองรัก..
..TBC..
...
...
...
TALK
ในที่สุดข้าเจ้าก้อผุด ฟิกตอนที่สี่ออกมาจนได้ ตอนนี้เป็นตอนที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยแต่งมา((มั้ง!!))
พึ่งรู้ว่ามีคนอ่านฟิกข้าเจ้าด้วยอ่า แถมเอาไปลงที่บอร์ดด้วย แอบอึ้งเล็กน้อยถึงปานกลาง!!!
ขอบคุณทุกคนที่ชอบด้วยนะฮับ ฟิกมานออกจะเรื่อยๆมาเรียงๆ แต่เก๊าะยังมีคนอ่าน ^^
ส่วนฟิกตอนนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรเหมือนเดิม T_T แหะ แหะ
แถมยังแอบเอาเพลงพี่ป๊อด มาเป็นเพลงของนู๋มิวอีกตะหาก เหตุผลไม่มีรัยมากก้อมันเพราะอ่า
ส่วนเพลงที่โต้งร้องให้มิว เพลงแรกคือเพลงหญิงเดียวในดวงใจ
แต่เปลี่ยนเนื้อเป็นคนเดียวในดวงใจ เหตุผลเพราะเนื้อเพลงมานโดน !!!
เพลงที่สองเพลงยิ่งรักเธอ เนื้อหามันเหมาะก่าคู่นี่ดี แค่นั้นจริงๆ
((จริงๆแล้วตอนแต่งนั่งฟังเพลงพวกนี้อยู่พอดี!!))
ส่วนบุคลิกของมิวในเรื่องนี้อาจจะดูขี้อ้อน แต่อยากจะบอกว่ามิวอ้อนแค่โต้งเท่านั้นนะ
 
กะเพื่อนคนอื่นมิวออกจะแมน (เหรอ??)
แล้วที่ฟิกมานหวานเลี่ยน ก้ออย่างที่บอกไว้ในแรงบันดาลใจ แล้วว่าข้าเจ้าอยากอ่าน ก็แค่นั้นเอง
ถ้าไม่ชอบแนวนี้ ก็แค่ปิดไป อย่ามาป่วนกันเลยนะเจ้าค่ะ ^_^
อ้อส่วนเรื่องงานเฟรชซี่ไนท์อ่า มั่วเอา!!! เพราะยังมะมีประสบการ์ณ งานต่างๆอาจมะสมจริงนะฮับ!!!
P.S. อยากอ่าน youre mine ต่ออ่า ดิ้น ดิ้น > o<
...........จินหล่อ เมะสวย คิบอมเทห์ ดงเฮน่าร๊ากกก ไปดีกว่า...........

เห็นด้วยกับการที่นำเพลงของป๊อดมาเขียนให้เป็นเพลงของมิว เพราะเพลงนี้เป็นเพลงที่ฟังครั้งแรกก็หลงรักแล้วครับ ... เป็นเพลงที่มีทำนองและความหมายที่น่าประทับใจคนฟังจริงๆครับ
รออ่านตอนที่ 5 อยู่นะครับ รีบๆเขียนเด้อครับ