counter 14,278

The Love Of Siam ll

โอ๊ยยยยย จาบ้าตายเมื่อกี้นั่งพิมพ์ตั้งเยอะ ดั๊นซนไม่เข้าเรื่อง กดอะไรไปเรื่อย หายหมด เซ็งเป็ด ช่างเหอะ ยังไม่ได้เริ่มแต่ง
พิมพ์ใหม่ก้อได้ว๊า ใจจริงไม่ได้อยากแต่งภาคสองขึ้นมาหรอกเพราะหนังจบแบบนี้มันดีสุดยอดแล้วอะ !_91_!!_91_!จบแบบอินค้างในใจแบบอ๊ากกกก ผกก.ซาดิสต์ อิจฉามิวใช่ม้ายยยย ถึงได้ทำก่านู๋มิวเยี่ยงนี้ ((อานนี้ ล้อเล่น ขำๆ))!_93_!!_93_!   จบแบบว่าเรื่องราวต่อจากนี้ ใครอยากให้เป็นยังงัยก้อจิ้นเอาตามใจชอบละกัน ดังนั้นข้าเจ้าจึงอยากจิ้นออกมาเป็นตัวอักษร ก้อแค่นี้เอง โฮะ โฮะ

แรงบันดาลใจในการแต่ง fic เรื่องนี้

1.เกิดจากอารมณ์อินก่าหนัง แล้วก้อตัวละครโต้งมิว ฉากมิวร้องไห้ตอนจบ กระชากจิตวิญญาณข้าเจ้าสุดริด ไม่นะ ไม่น๊า โต้งจาทำก่ามิวแบบนี้ไม่ได้น๊า อารมณ์ตอนดูรอบแรกจบจะประมาณอยากหักคอโต้งทิ้ง แต่พอดูหลายรอบ โต้งมันก้อน่าสงสารพอๆก่ามิวอะ คิดไปคิดมา น่าสงสารกว่าอีก ต้องแบกรับอะไรหนักๆไว้ตั้งเยอะ กะเด็กอายุ 17 !_91_!!_91_!ยิ่งเห็นสายตาเศร้าๆของมาริโอ้+สายตาหวานๆของพิซซี่   อ๊ากต่อมจิ้นกระเจิง!_93_!!_93_!ดังนั้นฟิกเรื่องนี้จึงบังเกิดขึ้นเพื่อความสุขของตัวละครสองตัว โต้ง-มิว อาเมน...555((จริงๆเพื่อความสุขของตัวเอง....ทำมาเป็นพูด))

2.คืออ่านภาคสองที่คนอื่นแต่งแล้วแบบ มันไม่ใช่อะกิฟท์ มันไม่ช่ายยยย คือไม่ใช่เค้าแต่งไม่ดีนะ แต่แบบข้าเจ้าไม่อยากอ่านแนวหดหู่แล้ว คือดูในหนังมันหดหู่พอแล้วอะ ข้าเจ้าอยากอ่านโต้ง-มิวแบบหวีทหวานจ๋อยมั่ง ซึ่งมะมีใครแต่งให้อ่าน ดังนั้นแต่งเองก็ได้วะ!!!!!ทั้งๆที่ตัวเองเคยแต่งฟิกกะโหลกกะลาแค่สองเรื่อง ซึ่งก็รู้ตัวว่าสำนวนการเขียนของตะเองน่าเกลียดแต่ด้วยความอยากอ่านจัด ฟิกเรื่องนี้จึงบังเกิดขึ้นมา5555 !_91_!!_91_!สรุป..มานคือฟิกสนองนี๊ดข้าเจ้านั่นเอง!!!!_93_!!_93_!




Fic The Love Of Siam ll


หลังจากกลับมาจากคอนเสริตในงานคริสตมาส มิวก้อเอาแต่จ้องมองตุ๊กตาตัวต่อไม้ที่โต้งได้เคยให้เมื่อตอนยังเด็ก แต่จะ

ต่างตรงที่ตลอดมามันไม่เคยมีจมูก แต่ในวันนี้ตุ๊กตาไม้ตัวเดิมมีจมูกเพิ่มมาแม้มันจะไม่พอดีก็ตาม...

มิวอมยิ้มน้อยๆ ทั้งๆที่น้ำตายังไม่หยุดไหล ความรู้สึกในตอนนี้ ทั้ง ดีใจ เสียใจ ทั้งสุข ทั้งเศร้าตีกันจนแยกไม่ออกว่าความรู้สึกไหนมีมากกว่ากัน

ดีใจที่รูว่าโต้งให้ความสำคัญกับตัวเค้าเองมาตลอด สุขใจที่ได้ยินคำว่ารักออกมาจากปากของคนที่ตัวเองรัก เสียใจที่แม้จะรู้

แน่ว่าเราสองคนใจตรงกันแต่มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะรู้ว่าไม่ได้มีแค่เราสองคนที่อยู่บนโลกใบนี้ เสียใจที่ต่อไปนี้

ระหว่างตัวเองกับโต้งจะเป็นแค่เพียงความทรงจำของกันและกัน มิวหลับตาลงปล่อยหยาดน้ำตาให้ไหลอาบแก้ม ไม่มีแรงแม้

แต่จะเช็ด ช่างเถอะในเมื่อมันอยากจะไหลก้อปล่อยให้มันไหลมาให้หมด...

"อาม่า มิวเหงาจัง ทำไมใครๆถึงเอาแต่ทิ้งมิว" มิวพึมพัมเสียงแผ่ว ก่อนจะผล๊อยหลับไปทั้งชุดที่ใส่ขึ้นแสดงคอนเสริตเมื่อตอนหัวค่ำ

...........           ..............             ................             ................               .............             ...............


"ยังไม่นอนอีกเหรอโต้ง"สุนีย์ถามเสียงแปลกใจเมื่อเดินออกมาเห็นลูกชาย นั่งอยู่คนเดียวมืดๆหน้าบ้าน

"กำลังจะไป แล้วแม่อะ"โต้งตอบคำถาม พร้อมทั้งยิ้มบางๆ

"แม่ก็มาตรวจความเรียบร้อยก่อนจะนอนนะสิ ว่าแต่เรามานั่งทำอะไรมืดๆคนเดียว"

"แม่ว่าวันพรุ่งนี้บ้านเราจะเป็นยังไง"สุนีย์ชงัก เมื่อได้ยินคำถามจากลูกชาย เธอก้มหน้าลงอย่างครุ่นคิด

"ไม่รู้สิ "สุนีย์ตอบคำถาม พร้อมทั้งยิ้มให้ลูกชาย ก่อนจะดึงโต้งเข้ามากอด เรื่องของวันพรุ่งนี้ไว้พรุ่งนี้ค่อยคิด แต่ตอนนี้เธอ

รู้สึกโล่งใจอย่างที่ไม่เคยเป็นตั้งแต่แตงลูกสาวคนเดียวได้จากไป การที่มีจูนเข้ามาในครอบครัวของเธออาจจะไม่ได้ทำให้

ครอบครัวเธอกลับมามีความสุขเหมือนเดิม แต่จูนทำให้เธอได้คิดว่าต่อไปเธอควรจะทำยังไง สุนีย์คลายอ้อมกอดจากโต้ง

ก่อนจะยิ้มให้ลูกชายอย่างอบอุ่น ดูผ่อนคลายกว่าที่แล้วๆมา

"เรื่องของวันพรุ่งนี้ มันเป็นเรื่องที่ยังมาไม่ถึง เมื่อมันมาถึงจริงๆเราถึงจะรู้ว่าควรจะทำยังไง " โต้งพยักหน้า ก่อนจะยิ้มกว้างให้

แม่ ตั้งแต่พี่แตงจากไปเค้าแทบจะไม่เคยได้ยิ้มให้แม่แบบนี้เลย พอๆกับที่ไม่เคยเห็นแม่ดูผ่อนคลายขนาดนี้มาก่อน

"แล้วโต้งหล่ะลูก"

"โต้งจะเอนท์เข้าสถาปัตย์เหมือนพ่อแม่ว่าดีมั๊ยะ"

"เลือกที่คิดว่าดีที่สุด แม่ให้โต้งตัดสินใจชีวิตตัวเองได้ตามแต่ที่โต้งอยากจะเป็น แต่มีอะไรขอให้บอกแม่ แม่ขอแค่นี้แหละ"

โต้งมองใบหน้าที่ระบายยิ้มอ่อนของแม่อย่างชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจถามคำถามที่อยากถามที่สุด

"แล้วเรื่องมิว" สุนีย์ชงักเล็กน้อยเมื่อได้ยิน ก่อนจะส่งยิ้มอบอุ่นให้

"แม่เคารพการตัดสินใจของโต้ง"ตามจริงเธอไม่ได้อยากสนับสนุนให้ลูกชายเพียงคนเดียวของเธอเดินทางนี้ แต่ชีวิตเป็น

ของโต้งไม่ใช่ของเธอ ในเมื่อลูกมีความสุขที่จะเดินทางนั้น เธอก็ได้แต่คอยยืนอยู่เคียงข้างคอยประคับประคองเท่านั้น

"ขอบคุณครับแม่" โต้งบอกขอบคุณพร้อมทั้งรอยยิ้มกว้าง ตาเป็นประกาย พลอยให้ผู้เป็นแม่ต้องยิ้มตาม

"ไป๊ ไปนอนได้แล้ว" สุนีย์บอกเมื่อเห็นว่ามันชักจะดึกเกินไปแล้ว

"ครับ"โต้งรับคำก่อนจะเดินเข้าไปในตัวบ้าน สุนีย์มองตามหลังลูกชายคนเดียวที่เหลืออยู่ ก่อนจะถอนหายใจแต่ใบหน้าเปื้อนด้วยรอยยิ้ม นี่คงเป็นโอกาสของฉันที่เธอบอกสินะจูน.....

............           ...........           ...........           ...........           ...........           ............           ...........


"วันนี้ให้ไปรับมั๊ย"สุนีย์ถามลูกชายที่ทำหน้ายุ่งเมื่อมาส่งถึงโรงเรียน

"เดี๋ยวไว้โทรบอก"โต้งตอบก่อนจะไขประตูลงจากรถ ไม่ลืมที่จะบอกให้แม่ขับรถดีๆ ทำเอาสุนีย์อึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วขับรถออกไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

"หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อ....."

"หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อ....."

"หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อ....."

โต้งเก็บโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋ากางเกง มิวเป็นอะไรรึเปล่านะโทรไปตั้งแต่เมื่อคืน และก้อเช้านี้อีกหลายรอบยังไม่เปิด

โทรศัพท์อีก อดคิดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อวานยังไม่ทันได้พูดอะไรให้ชัดเจนเลย ไม่รู้ว่าป่านนี้จะตีความยังไง เค้าก็แย่เองที่เมื่อ

วานเอาแต่ประหม่า ยังไม่ทันได้พูดให้ชัดเจน แล้วดันปล่อยให้มิวกลับ.....

"เฮ้ย!! โต้งเย็นนี้พวกกูมีนัดปาร์ตี้ห้องไอ้เจ๋งกัน มึงไปป่าววะ" เสียงเพื่อนในกลุ่มปลุกโต้งออกจากภวังค์

"วันนี้ กูขอบายว่ะต้องไปทำธุระ"

"ประจำอะ มึง ธุระอะไรนักหนา แม่งชอบซิ่ง"แวร์บ่น

"ก็แม่งชอบทำตัวแบบเนี๊ยะ ไม่มีปัญหาไม่เห็นหัวเพื่อน"เจ๋งบ่นอย่างใส่อารมณ์ด้วยอีกคน

"เฮ้ย กูป่าวคิดอย่างนั้น วันนี้กูมีธุระจริงๆไว้วันหลังละกันนะ"โต้งบอกเพื่อน รู้สึกผิดเหมือนกัน แต่ยังงัยวันนี้เค้าต้องเจอมิวให้ได้

"เออ เออ ตามใจมึง ไปแดกข้าวดีกว่า"

"เอ่อ ว่าแต่มึงเลิกกับโดนัทแล้วเหรอวะ" เอสถามขึ้นมาขณะที่ทุกคนกำลังกินข้าวอยู่ โต้งเงยหน้าขึ้นมามอง ก็เจอกับสายตา

อยากรู้อยากเห็น ของเพื่อนอีกสี่คน

"มึงรู้ได้ไงวะ"โต้งถาม อย่างไม่สนใจจะเอาคำตอบ มือก็ตักข้าวในจานเข้าปากเรื่อยๆ

"เฮ้ย!!! จริงดิแม่งโดนัทโครตสวยมึงยังกล้าทิ้งอีกนะ มึงคิดไรเนี๊ยะเชี้ยโต้ง" เจ๋งโวยวาย แม่งมันคิดอะไรของมันวะ

"มึงได้เค้าแล้วทิ้ง จริงๆใช่มั๊ยเนี๊ยะ ไอ้เลว!!!" แวร์เสริมอย่างคะนองปาก

"ค _ย"

"อ้าว อ้าว แม่งพาล" แวร์บ่น กูถามดีๆ มาแจกของสงวนให้กูอีก

"แล้วตกลงเลิกทำไมวะ"กานต์ถามขึ้นมาบ้าง

"ความสวยไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้เราอยู่กับเค้าแล้วมีความสุขหนิ"โต้งตอบเรียบๆ มือยังไม่หยุดตักอาหารเข้าปาก

"อือ กูเข้าใจมึง" กานต์บอก คนอื่นก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่เจ๋งยังมีแอบบ่นเสียดายไม่ได้ โต้งเงยหน้าขึ้นมาจากจานอาหาร ก่อนจะยิ้มบางๆให้เพื่อน

...........           ...........           ............             .............           .............           .............           ...........

"ฮัลโหล เอ็กซ์วันนี้ลาป่วยให้กูหน่อยดิ กูปวดหัว" มิวโทรหาเอ็กซ์ หลังจากตื่นนอน เห็นสภาพตัวเองในกระจกแล้ว บอกได้

คำเดียวว่าไปโรงเรียนไม่ไหวแน่ๆ ดวงตาทั้งสองแดงซ้ำ บวมอย่างให้รู้ว่าเจ้าของร้องไห้อย่างหนัก วันนี้ขอเกเรซักวันเถอะ

"เฮ๊ย เป็นรัยมากป่าววะเสียงมึงแย่น่าดูเลยอะมิว" เอ็กซ์ถาม อดเป็นห่วงไม่ได้ ตอนแรกกะจะด่าว่าสำออย แต่ได้ยินเสียงก็รู้ว่า

มันคงแย่จริงๆ

"ไม่เป็นรัยมากหรอก กูกินยาเดี๋ยวก็หาย ฝากขอโทษพี่อ๊อดด้วยนะ"

"เออ เออ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ว่าแต่มึงจะให้กูเข้าไปหามั๊ย"

มิวหัวเราะขำๆ แต่ก็อดซาบซึ้งในน้ำใจของเพื่อนไม่ได้"ไม่ต้องหรอก กูไม่ได้เป็นอะไรมาก"

"เออ เออ งั้นมึงกินยาแล้วก้อนอนซะ มีอะไรก้อโทรหาพวกกูนะ บาย"

"อื้อ บาย" มิววางโทรศัพท์ไว้ข้างกาย หลับตาลงอย่างเพลียๆ รู้สึกปวดหัวขึ้นมาจริงๆ

"เราคงคบกับมิวเป็นแฟนไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักมิวนะ" รอยยิ้มบางๆปรากฏ

ขึ้นบนใบหน้าเนียนใส พร้อมๆกับหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาจากหางตา.....

ก็แค่กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ กลับไปอยู่กับความเหงาแบบเดิมๆ มันจะยากอะไรนักหนา อยู่กับมันมาตลอดห้าปียังเคยอยู่มาได้   จะอยู่ต่อไปก็ไม่เห็นจะแปลก.....

ตรู๊ดดดดดด ตรู๊ดดดดดด ตรู๊ดดดดดด..... เสียงโทรศัพท์ข้างตัวที่ดังขึ้นทำให้มิวรีบปาดน้ำตาออกจากใบหน้า มืออีกข้างก้อควานหาโทรศัพท์ กดรับทั้งๆที่ยังไม่ได้ดูเบอร์โทรเข้า

"ฮัลโหล"

"มิว นี่โต้งนะ" เสียงปลายสายทำให้มิวตัวแข็ง ทำอะไรไม่ถูก ไม่มีแม้แต่เสียงที่จะตอบกลับ หัวใจเต้นระรัวจนปวดไปหมด

"ฮัลโหล มิว มิว ฟังอยู่หรือเปล่า"เสียงที่ฟังดูร้อนรนของโต้งทำให้มิวรู้สึกตัว

"ว่าไงโต้ง"เสียงที่ตอบกลับไปแม้กระทั่งเจ้าตัวเองยังรู้ว่าสั่นขนาดไหน

"มิว มิวไม่สบายรึเปล่า"โต้งนิ่วหน้าถามกับโทรศัพท์ เสียงมิวฟังดูแปลกๆ

"เปล่า เราไม่ได้เป็นอะไร โต้งมีอะไรรึเปล่า"มิวตอบ อย่างพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น

"วันนี้มิวซ้อมดนตรีมั๊ย"

"วันนี้เราไม่ได้ซ้อม ทำไมเหรอโต้ง"

"เรามีเรื่องอยากจะคุยกับมิว"โต้งนิ่งไปกับคำถามของมิว ก่อนจะตัดสินใจบอกออกไป

"ให้เราไปหาที่บ้านได้มั๊ย"โต้งถามกลั้นใจรอคำตอบ ทั้งๆที่ถึงมิวจะบอกว่าไม่ให้ไปเค้าก็จะไป

"อื้อ มาสิ" มิวนิ่งเงียบจนโต้งเริ่มใจหาย ก่อนคำตอบจะเรียกรอยยิ้มจากคนที่รอฟัง คนตอบเองก็เผลอยิ้ม

หวานออกมาโดยไม่รู้ตัว....

...........           .............           ............             .............             .............             ............         .........

หลังจากวางโทรศัพท์จากโต้ง มิวก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัว ทั้งๆที่ตอนแรกแทบจะไม่มีแรงลุกด้วยซ้ำ แต่แค่ได้ยินเสียงโต้งเรี่ยว

แรงก็ไม่รู้ว่ามาจากไหน ที่กะว่าจะกินยาแล้วนอนพัก ตอนนี้ก็ทำไม่ได้แล้ว ก็ในหัวตอนนี้มันมีแต่เรื่องที่โต้งจะมาหา คิดนู้น

คิดนี่ไปเรื่อยจนฟุ้งซ่าน มิวจึงตัดสินใจนั่งเล่นเปียโน แต่งเพลงใหม่ฆ่าเวลา....

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดัง ยังไม่ทันที่มิวจะได้หันไปมอง เสียงทักทายใสๆ พร้อมร่างโปร่งบางของหญิง เพื่อนสาว

ข้างบ้านก็มาเกาะตรงเก้าอี้ที่มิวนั่ง พร้อมทั้งชะโงกหน้ามาถามจนใบหน้าแทบชิดกัน จนมิวต้องเบี่ยงออกเล็กน้อย ทำเอาหญิง

อดขำไม่ได้ มิวนี่หวงเนื้อหวงตัวน่ารักจริงๆเลย

"วันนี้มิวไม่ไปซ้อมดนตรีเหรอ"หญิงถามอย่างแปลกใจ เพราะช่วงนี้ไม่ได้เห็นมิวกลับบ้านเร็วมาหลายวัน ถามก็บอกว่าซ้อม

ดนตรีทุกที

"วันนี้เราไม่ค่อยสบายหน่ะ เลยงดวันนึง"มิวตอบตายังจ้องอยู่ที่จอคอมพิวเตอร์ที่อยู่ตรงหน้า

"ไหนๆ ตัวร้อนมั๊ย" หญิงถามพร้มทั้งเอาฝ่ามือมาแตะหน้าผากมิว จนมิวเอี๊ยวหลบแทบไม่ทัน ก็แค่ไม่ชินที่จะให้ใครสัมผัสตัว

"เฮ้ย!! ไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่ปวดหัวเฉยๆตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้วหล่ะ"

"อื้อ ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้วหล่ะ" หญิงพยักหน้า ก่อนที่สายตาจะสะดุด อยู่ที่ตุ๊กตาไม้ ที่ตอนนี้มีจมูกเสียบอยู่ในรู แม้จะดูไม่

พอดีก็ตาม หญิงหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยแต่ก็เพียงแค่ชั่วแวบเดียว ก่อนจะหันมายิ้มกว้างให้มิวโดยที่มิวไม่ทันได้สังเกตุเห็น

"แล้วมิวกินข้าวรึยัง ออกไปหาอะไรกินกันมั๊ย พักสมอง"

"เดี๋ยวเพื่อนเราจะมาหา คงออกไปไหนไม่ได้อะ ขอโทษนะ" มิวมองหน้าหญิงอย่างรู้สึกผิด ทำไมจะไม่รู้ว่าหญิงรู้สึกกับตัวเอง

ยังงัย แต่ความรู้สึกที่ให้ได้ก็มีเพียงแค่คำว่าเพื่อนที่ดีที่สุดเท่านั้น ซึ่งหญิงก็ยอมเข้าใจ ทำตัวเป็นเพื่อนที่แสนดีกับเค้าเหมือน

เดิม เหมือนไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นทั้งนั้น...

"เฮ้ เฮ้ มิว แค่ไม่ไปกินข้าวกะเราไม่ต้องทำหน้าเศร้าขนาดนั้นก็ได้" หญิงบอกยิ้มน้อยๆ แม้มิวไม่บอกหญิงก็พอจะเดาออกว่า

เพื่อนของมิวคือใคร...

ตราบใดที่มีรัก ย่อมมีหวัง แต่สำหรับหญิงกับมิวความหวังมันไม่มีจริงๆ   ไม่เป็นไรหรอกถึงไม่ได้เป็นคนรัก ได้เป็นแค่เพื่อน

รักเท่านี้เธอก็พอใจแล้ว แค่ได้อยู่ข้างๆดูมิวมีความสุข แค่นี้เธอก็มีความสุขแล้ว แม้การตัดใจมันจะเป็นอะไรที่ตอนนี้ดูจะยาก

ลำบากเหลือเกินก็ตาม หญิงคิดอย่างเศร้าแต่ก็ปนความสุขใจเล็กๆ วันนี้ยังทำใจไม่ได้ วันต่อไปความรู้สึกมันก็คงจะดีขึ้นเอง....

"งั้นเดี๋ยวเรากลับเลยนะไม่กวนแล้ว"

"อ้าว จะกลับแล้วเหรอ" มิวถามอย่างงง ๆ บทจะมาก็มา จะไปก็ไป อะไรของเค้า

"มิว ทำไมเปิดประตูทิ้งไว้ อ้าวหญิง หวัดดี"

"อ้าวเพื่อนที่มิวว่าคือโต้งนี่เอง" หญิงทักตอบเมื่อเห็นโต้งเดินเข้ามาทำหน้าเหวอๆ เมื่อเห็นเธอ เห็นทีคราวนี้ถึงเวลาต้องไป

ซะทีอยู่ไปก้อเป็น กขค.ของเค้า เปล่าๆ แถมตัวเองยังจะปวดใจซะอีก

"คุยกันดีๆนะ" หญิงบอกพร้อมทั้งขยิบตาให้โต้งเป็นนัยว่ารู้กัน ก่อนจะหันมาบายบายมิว แล้วเดินออกไป

ทั้งห้อง จริงๆต้องบอกว่าทั้งบ้าน จึงเหลือมิวกับโต้งอยู่กันแค่สองคน กับบรรยากาศที่ทั้งสองคนรู้สึกว่าอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

เนื่องจากเอาแต่นิ่งสนิทกันทั้งคู่

"มิว"

"โต้ง"

เงียบตั้งนานไม่มีใครพูด แต่พอพูดดันพูดพร้อมกันอีก คราวนี้บรรยากาศเลยทำให้ทั้งคู่ยิ่งเขินหนัก

"โต้งมีอะไรจะพูดกับเราเหรอ" มิวเอ่ยถามเบาๆ ตามองโน๊ตบนแป้นคีย์บอร์ดไม่ยอมเงย โต้งเห็นจีงแอบยิ้มมุมปากอย่างอด

เอ็นดูไม่ได้...

"เรื่องที่เราพูดกับมิวเมื่อวาน มิวคิดว่าไง"โต้งโพล่งขึ้นมา หลังจากนิ่งคิดสักพักว่าควรจะเริ่มยังไงดี เป็นผลให้มิวเงยหน้าขึ้น ตา

คู่สวยจับจ้องที่ใบหน้าของโต้ง สายตาบ่งบอกความสับสนและไม่แน่ใจว่าโต้งจะหมายถึงอะไร

"แล้วโต้งอยากให้เราเข้าใจว่ายังงัยหล่ะ"มิวเอ่ยถามเสียงเบา ตาคู่สวยหรุบต่ำ มือกำแน่นอย่างไม่รู้ตัว กลั้นใจฟังคำตอบที่จะ

ออกมาจากปากของอีกคน

"เรารักมิว แต่ตอนนี้เรายังไม่โตพอที่จะดูแลให้มิวมีความสุขได้ เรายังไม่สามารถที่จะทำอะไรๆ ได้อย่างที่เราต้องการทั้งหมด

ตอนนี้ เราขอแค่ให้มิวอยู่เคียงข้างเราไปตลอดจนกว่าจะถึงวันนั้นได้ไหม" โต้งพูดความรู้สึกที่อยู่ข้างในด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แต่

แววตาที่แสดงออกมา บอกว่าคนพูดรู้สึกจริงจังมากแค่ไหนในเรื่องที่พูด

"โต้ง"มิวพูดได้แค่นั้น เพราะตอนนี้ความรู้สึกต่างๆมันจุกอยู่ในอกจนพูดไม่ออก ตาพร่าจนทำให้มองเห็นหน้าโต้งที่อยู่ตรงหน้า

ไม่ชัดเนื่องจากหยาดน้ำตาคลอกลบเต็มดวงตาคู่สวย เห็นดังนั้นโต้งจึงค่อยๆลุกจากเตียงเดินไปหามิว ก่อนที่จะโอบมิวให้มา

ซบที่อกของตัวเอง มือก็คอยลูบหัวอย่างปลอบประโลม ทำให้มิวยิ่งสะอื้นหนักอย่างกลั้นไม่อยู่ สองมือกอดรัดเอวโต้งแน่น

ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อย เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันจะเป็นแค่เพียงความฝัน...

เป็นเวลานานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ได้ที่ทั้งคู่ตกอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน โดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา แต่ในหัวใจของทั้ง

สองคนกลับรู้สึกอิ่มเอม ราวกับจะรับรู้ถึงความรู้สึกรักที่อีกฝ่ายมีต่อตน...

เมื่อเสียงสะอื้นของมิวเบาลง โต้งก็ผละออกจากมิว ก่อนจะใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าหวานด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม

อย่างอบอุ่น ทำเอามิวเขินไม่กล้ามองสบตากับโต้งตรงๆ ไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งเค้ามักจะเผลอแสดงความอ่อนแอให้โต้งเห็น

เสมอ และทุกครั้งมือ และตาอ่อนโยนของคนคนนี้ก็คอยปลอบโยน ปกป้องเค้าเสมอมา คิดแล้วก็ทำให้มิวเผลออมยิ้มออก

มาอย่างอบอุ่นในหัวใจ...

"ดีขึ้นรึยัง" โต้งถามเมื่อเห็นรอยยิ้มของมิว มิวไม่ตอบคำถามได้แต่พยักหน้าน้อยๆ

"เราขอโทษนะ" โต้งเอ่ยออกมา ทำเอามิวหันไปมองโต้งอย่างงงๆ

"เรื่องอะไร"

"ก็ที่เรายังคบกับมิวแบบแฟนไม่ได้" โต้งตอบเสียงหงอยๆอย่างรู้สึกผิด มิวยิ้มหวานก่อนจะส่ายหน้า

"ไม่เป็นไรหรอก แค่ความรู้สึกที่โต้งมอบให้เรา แค่เราได้อยู่ข้างๆโต้งแค่นี้ก็ทำให้เรามีความสุขมากแล้วหล่ะ" มิวบอกออกมา

เบาๆ แต่ชัดเจน สายตาสองดวงประสานกัน ต่างมีรอยยิ้มที่เป็นสุขฉาบบนใบหน้า ก่อนที่โต้งจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ...


...TBC...

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


อยากจะบ้าตาย พึ่งรู้ว่าการแต่งฟิกมานยากนะเนี๊ยะ อยากเขียนแบบหวานจ๋อย แต่มานทำมะได้ T_T ด้วยความเครียดแต่งฟิก

ไปเผลอซัดส้มไปสองโล หมดแบบไม่รู้ตัว ท้องเสียอีก กำ!!!

วันนี้หมดมุกละพอก่อนเดี๋ยวจะไม่มีการบ้านส่ง ไว้มาต่อทีหลัง แต่ตอนนี้ชักกลัวมานจาจบมั๊ยเนี๊ยะ แต่มะเป็นรัยเพื่อลูกโต้ง

ลูกมิว ข้าเจ้าจาพยายาม ไฟโตว!!!!!

วันนี้เพื่อนเอาฟิกจินเมะมาให้อ่าน หวานนนนนนนนนมากอ่านแล้วหลงรักจิน จินน่าร๊ากกกกกกมาก มาก มาก แม้ว่าช่วงนี้จะ

แอบกรี๊ดกร๊าดมาริโอ้ แต่นัมเบอร์วันในใจข้าเจ้าก็คือจินนะเจ้าค่ะ อิอิ รักน๊า จุ๊บ จุ๊บ ((เริ่มออกแนวป่วงละ!!!))

แค่อยากบอกว่าวันนี้ข้าเจ้ามีความสุขม๊าก ม๊าก มาก


::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::









Post Comment






พิมพ์ตัวอักษรตามที่เห็น
คำว่า "สีเขียว" ภาษาอังกฤษสะกดว่าอยา่งไร? (คำถามป้องกันสแปม)







♪แชทรูม

Firefox 2
แก้ปัญหาเม้นไอคอนไม่ติด ด้วย Firefox

butakame Love Siam