The Love Of Siam II.part II
:::::Fic The Love Of Siam ll:::::
:::::Part II:::::
มิว มิว เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูทำให้มิว
สะดุ้งตื่นก่อนจะกระพริบตาถี่ๆอย่างมึนงง นี่เค้าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
สงสัยเพราะเมื่อคืนเอาแต่ร้องไห้หนักไปหน่อยคุยกันอยู่ดีๆเลยเผลอหลับไปซะได้
  หรือจริงๆแล้วอาจจะเป็นเพราะอ้อมกอดอันอบอุ่นที่แสนจะคุ้นเคย
ของคนที่นอนโอบเค้าอยู่ต่างหากที่ทำให้ตัวเค้าเองเผลอนอนหลับได้อย่างง่ายดาย
ใบหน้างัวเงียของคนที่พี่งตื่นนอนทำให้โต้งเผลอมองพร้อมทั้งยิ้มอบอุ่นแกมอ่อนโยนออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ทำไมน๊าทั้งที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ทำไมเค้าถึงรู้สึกว่ามิวน่าปกป้องน่าทะนุถนอมได้ขนาดนี้
เค้าแน่ใจว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นแค่กับมิวคนเดียวจริงๆ
กับพวกเพื่อนๆหรือผู้ชายคนอื่นให้มาทำแบบที่ทำกับมิวแค่คิดเค้าก็ขนลุกแล้ว
ตัวค้าเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นตอนไหน และเค้าก็ไม่อยากจะใส่ใจค้นหา
รู้แค่ว่า ณ เวลานี้เค้าอยากจะปกป้องและคอยอยู่เคียงข้างคนๆนี้   
รู้แค่ว่ามิวเป็นคนเดียวที่ทำให้เค้ารู้สึกสบายใจ อบอุ่น และเป็นตัวของตัวเองเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ
รู้แค่ว่าเวลาอยู่กับมิวมันทำให้เค้ามีความสุขจนเหมือนกับจะลอยได้   รู้แค่นี้จริงๆ
มิวเดี๋ยวเราต้องกลับแล้วนะ อยู่คนเดียวได้มั๊ย
 
คำถามของโต้งทำให้มิวต้องเงยใบหน้าที่ซุกอยู่กับอกอุ่นของคนถาม
ก่อนจะค่อยๆพยุงตัวลุกจากอ้อมกอดมา มองตาโต้งด้วยใบหน้าที่ระบายไปด้วยรอยยิ้มหวานๆ
ได้สิ ปกติเราก้ออยู่คนเดียวประจำอยู่แล้ว โต้งไม่ต้องห่วงหรอกบ้านนี้เป็นบ้านเรานะ เราคุ้นเคยกับมันดี"
พูดพร้อมทั้งยื่นมือเรียวไปตรงหน้าเพื่อให้อีกคนที่ยังนอนอยู่บนเตียงใช้เป็นแรงฉุดลุกขึ้นมานั่งข้างๆกัน
โต้งรีบกลับบ้านเถอะนะ เดี๋ยวน้านีย์จะเป็นห่วง
 
มิวบอกน้ำเสียงอ่อนโยน เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพบว่าตอนนี้ภายนอกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดของรัตติกาล
มิว
หืมม เสียงเรียกแผ่วเบาของโต้งทำให้มิวละสายตาจากนอกหน้าต่างหันมามองโต้งตาแป๋ว ก่อนจะขานรับในลำคอแผ่วเบาเป็นเชิงถาม
รักนะคำบอกรักแบบไม่ทันให้ตั้งตัวพร้มรอยยิ้มกว้างของโต้งทำให้มิวต้องเสหลบสายตาลงมองพื้นอย่างอายๆ ใบหน้าใสเป็นสีแดงระเรื่อ หัวใจเต้นระรัวทั้งตื่นเต้น ทั้งดีใจ ทั้งเขินอาย ปนกันจนแยกไม่ออก
โต้งเห็นดังนั้นก็อมยิ้มอย่างชอบใจ ก่อนจะค่อยๆเชยใบหน้าหวานให้ขึ้นมาสบสายตากับตัวเอ
 
:::::Part II:::::
มิว มิว เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูทำให้มิว
สะดุ้งตื่นก่อนจะกระพริบตาถี่ๆอย่างมึนงง นี่เค้าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
สงสัยเพราะเมื่อคืนเอาแต่ร้องไห้หนักไปหน่อยคุยกันอยู่ดีๆเลยเผลอหลับไปซะได้
  หรือจริงๆแล้วอาจจะเป็นเพราะอ้อมกอดอันอบอุ่นที่แสนจะคุ้นเคย
ของคนที่นอนโอบเค้าอยู่ต่างหากที่ทำให้ตัวเค้าเองเผลอนอนหลับได้อย่างง่ายดาย
ใบหน้างัวเงียของคนที่พี่งตื่นนอนทำให้โต้งเผลอมองพร้อมทั้งยิ้มอบอุ่นแกมอ่อนโยนออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ทำไมน๊าทั้งที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ทำไมเค้าถึงรู้สึกว่ามิวน่าปกป้องน่าทะนุถนอมได้ขนาดนี้
เค้าแน่ใจว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นแค่กับมิวคนเดียวจริงๆ
กับพวกเพื่อนๆหรือผู้ชายคนอื่นให้มาทำแบบที่ทำกับมิวแค่คิดเค้าก็ขนลุกแล้ว
ตัวค้าเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นตอนไหน และเค้าก็ไม่อยากจะใส่ใจค้นหา
รู้แค่ว่า ณ เวลานี้เค้าอยากจะปกป้องและคอยอยู่เคียงข้างคนๆนี้   
รู้แค่ว่ามิวเป็นคนเดียวที่ทำให้เค้ารู้สึกสบายใจ อบอุ่น และเป็นตัวของตัวเองเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ
รู้แค่ว่าเวลาอยู่กับมิวมันทำให้เค้ามีความสุขจนเหมือนกับจะลอยได้   รู้แค่นี้จริงๆ
มิวเดี๋ยวเราต้องกลับแล้วนะ อยู่คนเดียวได้มั๊ย
 
คำถามของโต้งทำให้มิวต้องเงยใบหน้าที่ซุกอยู่กับอกอุ่นของคนถาม
ก่อนจะค่อยๆพยุงตัวลุกจากอ้อมกอดมา มองตาโต้งด้วยใบหน้าที่ระบายไปด้วยรอยยิ้มหวานๆ
ได้สิ ปกติเราก้ออยู่คนเดียวประจำอยู่แล้ว โต้งไม่ต้องห่วงหรอกบ้านนี้เป็นบ้านเรานะ เราคุ้นเคยกับมันดี"
พูดพร้อมทั้งยื่นมือเรียวไปตรงหน้าเพื่อให้อีกคนที่ยังนอนอยู่บนเตียงใช้เป็นแรงฉุดลุกขึ้นมานั่งข้างๆกัน
โต้งรีบกลับบ้านเถอะนะ เดี๋ยวน้านีย์จะเป็นห่วง
 
มิวบอกน้ำเสียงอ่อนโยน เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพบว่าตอนนี้ภายนอกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดของรัตติกาล
มิว
หืมม เสียงเรียกแผ่วเบาของโต้งทำให้มิวละสายตาจากนอกหน้าต่างหันมามองโต้งตาแป๋ว ก่อนจะขานรับในลำคอแผ่วเบาเป็นเชิงถาม
รักนะคำบอกรักแบบไม่ทันให้ตั้งตัวพร้มรอยยิ้มกว้างของโต้งทำให้มิวต้องเสหลบสายตาลงมองพื้นอย่างอายๆ ใบหน้าใสเป็นสีแดงระเรื่อ หัวใจเต้นระรัวทั้งตื่นเต้น ทั้งดีใจ ทั้งเขินอาย ปนกันจนแยกไม่ออก
โต้งเห็นดังนั้นก็อมยิ้มอย่างชอบใจ ก่อนจะค่อยๆเชยใบหน้าหวานให้ขึ้นมาสบสายตากับตัวเอ
 
