counter 11,997

PART...III

THE LOVE OF SIAM

PART III

เสียงคนคุยกันภายในบ้านทำให้โต้งชงักเท้าอยู่ตรงหน้าประตู ก่อนจะค่อยๆผลักประตูเข้าไปเบาๆ

อมยิ้มนิ้มนิดๆเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้า คือพ่อกับแม่ที่กำลังพูดคุยกันพร้อมทั้งนั่งดูทีวีไปด้วย

หลังจากคืนวันคริสมาสต์แห่งความทรงจำนั้น นี่ก็ผ่านมาได้สามเดือนแล้ว  

ไม่ได้มีแค่ความสัมพันธ์ของเค้ากับมิวเท่านั้นที่งอกเงย

ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของเค้าก็ดีขึ้นตามลำดับ

อาจจะไม่ดีเท่าตอนที่ยังมีพี่แตงอยู่ แต่ก็ดีขึ้นมากๆเมื่อเทียบกับช่วงห้าปีที่ผ่านมา

ทั้งหมดนั้นคนที่เค้าจะต้องขอบคุณคือพี่จูนที่ก้าวเข้ามาทำให้ครอบครัวของเค้าดีขึ้น

แม้พี่จูนจะไม่สามารถทดแทนพี่แตงได้ แต่พี่จูนเหมือนเป็นแสงสว่าง

ที่ทำให้ครอบครัวของเค้าหลุดพ้นจากความมืดมิดที่ปก

คลุมจิตใจของคนในครอบครัวมาตลอดห้าปีที่ไม่มีพี่แตงอยู่

และที่สำคัญคนที่เค้าต้องขอบคุณอีกคนก็คือมิว

ที่เป็นคนชักนำพี่จูนให้มาพบกับครอบครัวของเค้าถ้าไม่พบกันเรื่องดีๆแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น

คิดมาถึงตอนนี้ใบหน้าหล่อจึงปรากฏรอยยิ้มบางๆ

ตอนนี้พ่อของเค้ากำลังเข้ารับการบำบัดเพื่อที่จะเลิกดื่มเหล้าให้ได้อย่างเด็ดขาด

เวลาว่างก็รับงานเขียนแบบมานั่งทำที่บ้าน โชคดีที่พ่อมีเพื่อนดีคอยช่วยเหลือ

กอรปกับฝีมือในการทำงานทำให้ลูกค้าเชื่อใจ จึงมีงานเข้ามาเรื่อยๆ

พ่อบอกว่า พอบำบัดเสร็จและร่างกายแข็งแรงกว่านี้จะกลับไปทำงานเต็มตัวซะที.

อ้าวโต้งกลับมาแล้วเหรอ กินข้าวมารึยังละเรา สุนีย์ทักเมื่อเห็นโต้งเดินเข้ามาในบ้าน

ยังเลยแม่ แล้ววันนี้มีอะไรกินมั่ง

แล้ววันนี้เราไม่ได้ไปดูมิวซ้อมดนตรีเหรอกรณ์ถามขึ้นมาบ้างเมื่อเหลือบมองนาฬิกาข้างผนังที่บอกเวลาเพียงทุ่มเศษ

โต้งยิ้มๆไม่ตอบว่าอะไร จริงๆเค้าตั้งใจจะแบ่งเวลาอยู่กับมิวและที่บ้านเท่าๆกัน

เพื่อคนสำคัญ แม้เค้าจะไม่มีกำลัง หรือสติปัญญามากพอที่จะปกป้องทุกคนได้เต็มที่ ณ เวลานี้

แต่เค้าก็ได้พยายามอย่างสุดความสามารถเท่าที่เค้าจะทำได้   เพื่อให้ทุกคนที่เค้ารักมีความสุข

สุนีย์ดูเหมือนจะรับรู้ว่าลูกชายคนเดียวคิดอะไร อยู่ เธอได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไร

ก่อนจะเอ่ยชวนทุกคนให้ลุกไปทานข้าวเย็น

เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิต อาเมน
พระสวามีเจ้าข้า โปรดอวยพรแก่ข้าพเจ้าและอาหารที่จะรับประท่านในวันนี้
เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิตอาเมน

หลังจากสวดขอบคุณพระเจ้าแล้ว ทุกคนก็รับประทานอาหารไป

สลับกับคุยแลกเปลี่ยนความคิดในเรื่องต่างๆไป
โต้ง วันหลังชวนมิวมาทานข้าวที่บ้านเราบ้างก็ได้นะสุนีย์เอ่ยบอกเสียงเรียบ

ทำให้โต้งชงักมองหน้าแม่นิ่งๆ ก่อนจะยิ้มกว้าง แล้วจึงพยักหน้ารับ

แล้วเรื่องเรียนหล่ะ ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง สุนีย์ถามเมื่อเห็นลูกชายพยักหน้า

ก็ เรื่อยๆแม่ ก็ดี กรณ์หัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำตอบของโต้ง

แล้วตกลงจะเข้าสถาปัตย์ได้มั๊ย ไอ้เรื่อยๆเนี๊ยะ กรณ์ถามอย่างขำๆ พลอยในาดนี้ยิ้มรับก่อนจะตอบคำถามด้วยน้ำเสียงและแววตาที่มั่นใจ

ถ้าเป็นเมื่อก่อนคำตอบที่เค้าจะตอบคงไม่พ้นคำว่าไม่รู้ดิ

แต่ตอนนี้เค้ามั่นใจว่าจะดำเนินชีวิตแบบไหน คำตอบที่มีให้พ่อกับแม่จึงชัดเจน

คำตอบที่ได้รับทำให้ทั้งกรณ์และสุนีย์ยิ้มกว้าง

โดยเฉพาะสุนีย์เธอรู้สึกดีใจที่เธอได้ปล่อยให้ลูกได้ตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวเอง

ถ้าเธอยังขืนดึงดัน ไม่รู้ว่าในวันนี้โต้งและทุกคนในครอบครัวจะได้มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแบบนี้รึเปล่า

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของโต้งและมิว แม้ว่าเธอจะไม่ได้เอ่ยปากบอกกรณ์ออกมาตรงๆ

แต่ดูเหมือนว่ากรณ์จะรับรู้ได้ด้วยตัวเอง และเหมือนกับจะยอมรับในการตัดสินใจของลูกอยู่กลายๆ

แล้วมิวหล่ะ เอาแต่ซ้อมดนตรีจะมีเวลาอ่านหนังสือเหรอสุนีย์ถามอย่างห่วงใย

แม้เธอจะยังรู้สึกตะขิดตะขวางใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่บ้าง

แต่มิวก็เป็นเด็กที่เธอเห็นมาตั้งแต่เด็กจึงอดเอ็นดูไม่ได้


มิวได้โควตาเข้าศิลปกรรมแล้วแม่ ไม่ต้องสอบ

อืมที่เดียวกับที่เราจะเข้าหล่ะสิ กรณ์ถามยิ้มๆ

อ๋อ ครับโต้งตอบ เงยหน้ามายิ้มให้พ่อ

มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งเลยจะไหวมั๊ยลูก

ไหวสิแม่ตอบเสียงมั่นใจ ทุกคนนั่งคุยกันซักพัก

โต้งจึงขอตัวพ่อกับแม่เข้าห้อง เพื่อจะได้ทบทวนบทเรียนต่อ




หลังจากอาบน้ำเสร็จ โต้งก็นั่งลงบนเตียงคิดอะไรเรื่อยเปื่อยซักพัก

สี่ทุ่มแล้ว มิวจะซ้อมดนตรีเสร็จรึยังน๊าพึมพำเบาๆ

ก่อนจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ กดเบอร์โทรออกหามิวทันที

เฮ้ย!! ไอ้มิวลูกมึงร้องแหนะ เอ๊กซ์ตะโกนบอกมิวที่ซ้อมเนื้อกับเพชรอยู่

เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มิวทิ่อยู่ข้างตัวเค้าดัง

มิวชงักบอกให้ที่เหลือซ้อมต่อ ก่อนจะเดินมาหยิบโทรศัพท์

แค่เห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาใบหน้าหวานก็ระบายไปด้วยรอยยิ้ม

ไงโต้ง ยังไม่นอนเหรอมิวกรอกเสียงหวานไปตามสายโทรศัพท์

พอได้ยินชื่อว่าโต้งทุกคนในวงก็หูผึ่ง พากันเนียนเดินรวมตัวเข้ามานั่งข้างๆมิวตรงโซฟา

คิดถึงมิว นอนไม่หลับเสียงปลายสายที่ตอบกลับมาทำเอามิวยิ้มเขิน

เห็นนิ่งๆอย่างนี้บทจะหวานขึ้นมาทำเอามิวไปไม่เป็นขึ้นมาดื้อๆ

ได้แต่พึมพำในลำคอเบาๆว่า อื้อ (ก้อคนมันเขินนี่นา) (///^^///)

แล้วมิวหล่ะ

อะไร

ซ้อมดนตรีเสร็จรึยัง

ยังเลย แต่เดี๋ยวอีกซักครึ่งชั่วโมงก็จะเสร็จแล้ว

แล้วมิวหล่ะคำถามเดิมถูกถามขึ้นมาทำเอามิวขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

ก่อนจะถามกลับไปอย่างงงๆ

ทำไมเหรอ

คิดถึงมั๊ย เสียงนุ่มที่ถามออกมาฟังดูออดอ้อน ทำเอาคนฟังหัวใจเต้นระรัว เผลอยิ้มหวานออกมา

เมื่อเย็นพึ่งเจอกันเองนะ เสียงหวานหูที่ตอบกลับไปทำให้เพื่อนๆในวงยิ่งหูผึ่ง

จากที่คอยเอียงหู เอียงคอ ฟังกันอยู่แล้ว ยิ่งเอียง กระแซะมากขึ้น

อย่างใคร่จะรู้ให้ได้ว่าสองคนนี้มันคุยอะไรกัน

แสดงว่าไม่คิดถึงเสียงนุ่มๆพ้อขึ้นมาเบาๆ

ทำเอามิวยิ้มกว้างออกมากับคนขี้ใจน้อย ใบหน้าหวานแดงซ่าน

ก่อนจะเอ่ยปากของตัวเองออกไปช้าๆ ชัดๆ ทีละคำราวกับจะช่วยทำให้อีกคนหายน้อยใจ

คิดถึงสิ คิดถึงมากคำตอบของมิวนอกจากจะทำให้คนปลายสายย้มกว้างอย่างสุขใจแล้ว

เพื่อนๆในวงที่นั่งล้อมอยู่ก็อดยิ้มกริ่มออกมาอย่างถูกใจไม่ได้

(อู๊ยยยย มันหวานกันซ้าคนแถวนี้สำลักน้ำตาลเป็นแถบๆ)

งั้นมิวไปซ้อมต่อเถอะนะ เราไม่กวนแล้ว

โต้งจะวางแล้วเหรอมิวถามเสียงอ่อย ยังไม่อยากวางเลยนี่นา

อื้อ เดี๋ยวจะไปอ่านหนังสือต่อ ถ้ามิวซ้อมเสร็จมิวโทรหาเรานะ จะรอ

โต้งบอกเสียงอบอุ่น ใจจริงอยากจะคุยอีกนานๆ

แต่กลัวมิวจะทำให้เพื่อนร่วมวงเสียเวลา เดี๋ยวจะยิ่งดึกไปกว่านี้ จึงตัดใจวาง

จ๊ะมิวตอบรับเสียงหวาน ก่อนจะกดตัดสาย

มองโทรศัพท์แล้วยิ้มหวานมากกก(ในสายตาของทุกคน)

ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเจอกับสายตาอยากรู้อยากเห็นของทุกคนในวง มิวทำไม่รู้ไม่ชี้

ไปซ้อมต่อดิสิ้นคำบอกของมิวทุกคนก็กุลีกุจอลุกไปซ้อม

จะมีแต่เพียงปิงปองที่หันมายิ้มล้อเลียนให้มิวได้หน้าแดงอีกรอบ.

...TBC...

...

...

...

วันนี้ได้ฤกษ์เอาฟิกมาลง กะลังกลุ้มว่ามันจะกี่ตอนจบ???

อยากให้ถึงวันที่สิบเจ็ดเร็วๆจะได้ไปดูที่เฮาส์

อ่านข่าวเรื่องดาราเด็กถูกดาราผู้ใหญ่กระโหลกกะลาแกล้ง

แล้วเศร้าจิต ที่เศร้ายิ่งกว่าคือพวกคอมเมนท์เข้าข้างดาราผู้ใหญ่อะ หาว่าเด็กแก่แดด

อยากรู้ว่าน้องเค้าแก่แดดตรงไหน???? แล้วทำให้เรื่องมันใหญ่ตรงไหน????

การปกป้องตัวเองนี่ถือว่าเป็นการทำเรื่องใหญ่เหรอ????

เพราะสังคมมีคนแบบนี้ประเทศถึงไม่เจริญซะที!!!!

ตอนนี้อยากไปญี่ปุ่นจังเลยยยยยยย เพื่อนไปเคาท์ดาวน์ที่ญี่ปุ่น อิจฉา หง่า

อิจฉาที่ได้ยืนอยู่ผืนดินเดียวก่าจิน หง่า หง่า ^o^

...

...

...

...ทุกชีวิตมีบาดแผล... แต่เราก็ต้องก้าวเดินต่อไป... ฟิ้ววววว...




PART...III

THE LOVE OF SIAM

PART III

เสียงคนคุยกันภายในบ้านทำให้โต้งชงักเท้าอยู่ตรงหน้าประตู ก่อนจะค่อยๆผลักประตูเข้าไปเบาๆ

อมยิ้มนิ้มนิดๆเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้า คือพ่อกับแม่ที่กำลังพูดคุยกันพร้อมทั้งนั่งดูทีวีไปด้วย

หลังจากคืนวันคริสมาสต์แห่งความทรงจำนั้น นี่ก็ผ่านมาได้สามเดือนแล้ว  

ไม่ได้มีแค่ความสัมพันธ์ของเค้ากับมิวเท่านั้นที่งอกเงย

ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของเค้าก็ดีขึ้นตามลำดับ

อาจจะไม่ดีเท่าตอนที่ยังมีพี่แตงอยู่ แต่ก็ดีขึ้นมากๆเมื่อเทียบกับช่วงห้าปีที่ผ่านมา

ทั้งหมดนั้นคนที่เค้าจะต้องขอบคุณคือพี่จูนที่ก้าวเข้ามาทำให้ครอบครัวของเค้าดีขึ้น

แม้พี่จูนจะไม่สามารถทดแทนพี่แตงได้ แต่พี่จูนเหมือนเป็นแสงสว่าง

ที่ทำให้ครอบครัวของเค้าหลุดพ้นจากความมืดมิดที่ปก

คลุมจิตใจของคนในครอบครัวมาตลอดห้าปีที่ไม่มีพี่แตงอยู่

และที่สำคัญคนที่เค้าต้องขอบคุณอีกคนก็คือมิว

ที่เป็นคนชักนำพี่จูนให้มาพบกับครอบครัวของเค้าถ้าไม่พบกันเรื่องดีๆแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น

คิดมาถึงตอนนี้ใบหน้าหล่อจึงปรากฏรอยยิ้มบางๆ

ตอนนี้พ่อของเค้ากำลังเข้ารับการบำบัดเพื่อที่จะเลิกดื่มเหล้าให้ได้อย่างเด็ดขาด

เวลาว่างก็รับงานเขียนแบบมานั่งทำที่บ้าน โชคดีที่พ่อมีเพื่อนดีคอยช่วยเหลือ

กอรปกับฝีมือในการทำงานทำให้ลูกค้าเชื่อใจ จึงมีงานเข้ามาเรื่อยๆ

พ่อบอกว่า พอบำบัดเสร็จและร่างกายแข็งแรงกว่านี้จะกลับไปทำงานเต็มตัวซะที.

อ้าวโต้งกลับมาแล้วเหรอ กินข้าวมารึยังละเรา สุนีย์ทักเมื่อเห็นโต้งเดินเข้ามาในบ้าน

ยังเลยแม่ แล้ววันนี้มีอะไรกินมั่ง

แล้ววันนี้เราไม่ได้ไปดูมิวซ้อมดนตรีเหรอกรณ์ถามขึ้นมาบ้างเมื่อเหลือบมองนาฬิกาข้างผนังที่บอกเวลาเพียงทุ่มเศษ

โต้งยิ้มๆไม่ตอบว่าอะไร จริงๆเค้าตั้งใจจะแบ่งเวลาอยู่กับมิวและที่บ้านเท่าๆกัน

เพื่อคนสำคัญ แม้เค้าจะไม่มีกำลัง หรือสติปัญญามากพอที่จะปกป้องทุกคนได้เต็มที่ ณ เวลานี้

แต่เค้าก็ได้พยายามอย่างสุดความสามารถเท่าที่เค้าจะทำได้   เพื่อให้ทุกคนที่เค้ารักมีความสุข

สุนีย์ดูเหมือนจะรับรู้ว่าลูกชายคนเดียวคิดอะไร อยู่ เธอได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไร

ก่อนจะเอ่ยชวนทุกคนให้ลุกไปทานข้าวเย็น

เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิต อาเมน
พระสวามีเจ้าข้า โปรดอวยพรแก่ข้าพเจ้าและอาหารที่จะรับประท่านในวันนี้
เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิตอาเมน

หลังจากสวดขอบคุณพระเจ้าแล้ว ทุกคนก็รับประทานอาหารไป

สลับกับคุยแลกเปลี่ยนความคิดในเรื่องต่างๆไป
โต้ง วันหลังชวนมิวมาทานข้าวที่บ้านเราบ้างก็ได้นะสุนีย์เอ่ยบอกเสียงเรียบ

ทำให้โต้งชงักมองหน้าแม่นิ่งๆ ก่อนจะยิ้มกว้าง แล้วจึงพยักหน้ารับ

แล้วเรื่องเรียนหล่ะ ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง สุนีย์ถามเมื่อเห็นลูกชายพยักหน้า

ก็ เรื่อยๆแม่ ก็ดี กรณ์หัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำตอบของโต้ง

แล้วตกลงจะเข้าสถาปัตย์ได้มั๊ย ไอ้เรื่อยๆเนี๊ยะ กรณ์ถามอย่างขำๆ พลอยในาดนี้ยิ้มรับก่อนจะตอบคำถามด้วยน้ำเสียงและแววตาที่มั่นใจ

ถ้าเป็นเมื่อก่อนคำตอบที่เค้าจะตอบคงไม่พ้นคำว่าไม่รู้ดิ

แต่ตอนนี้เค้ามั่นใจว่าจะดำเนินชีวิตแบบไหน คำตอบที่มีให้พ่อกับแม่จึงชัดเจน

คำตอบที่ได้รับทำให้ทั้งกรณ์และสุนีย์ยิ้มกว้าง

โดยเฉพาะสุนีย์เธอรู้สึกดีใจที่เธอได้ปล่อยให้ลูกได้ตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวเอง

ถ้าเธอยังขืนดึงดัน ไม่รู้ว่าในวันนี้โต้งและทุกคนในครอบครัวจะได้มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแบบนี้รึเปล่า

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของโต้งและมิว แม้ว่าเธอจะไม่ได้เอ่ยปากบอกกรณ์ออกมาตรงๆ

แต่ดูเหมือนว่ากรณ์จะรับรู้ได้ด้วยตัวเอง และเหมือนกับจะยอมรับในการตัดสินใจของลูกอยู่กลายๆ

แล้วมิวหล่ะ เอาแต่ซ้อมดนตรีจะมีเวลาอ่านหนังสือเหรอสุนีย์ถามอย่างห่วงใย

แม้เธอจะยังรู้สึกตะขิดตะขวางใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่บ้าง

แต่มิวก็เป็นเด็กที่เธอเห็นมาตั้งแต่เด็กจึงอดเอ็นดูไม่ได้


มิวได้โควตาเข้าศิลปกรรมแล้วแม่ ไม่ต้องสอบ

อืมที่เดียวกับที่เราจะเข้าหล่ะสิ กรณ์ถามยิ้มๆ

อ๋อ ครับโต้งตอบ เงยหน้ามายิ้มให้พ่อ

มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งเลยจะไหวมั๊ยลูก

ไหวสิแม่ตอบเสียงมั่นใจ ทุกคนนั่งคุยกันซักพัก

โต้งจึงขอตัวพ่อกับแม่เข้าห้อง เพื่อจะได้ทบทวนบทเรียนต่อ




หลังจากอาบน้ำเสร็จ โต้งก็นั่งลงบนเตียงคิดอะไรเรื่อยเปื่อยซักพัก

สี่ทุ่มแล้ว มิวจะซ้อมดนตรีเสร็จรึยังน๊าพึมพำเบาๆ

ก่อนจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ กดเบอร์โทรออกหามิวทันที

เฮ้ย!! ไอ้มิวลูกมึงร้องแหนะ เอ๊กซ์ตะโกนบอกมิวที่ซ้อมเนื้อกับเพชรอยู่

เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มิวทิ่อยู่ข้างตัวเค้าดัง

มิวชงักบอกให้ที่เหลือซ้อมต่อ ก่อนจะเดินมาหยิบโทรศัพท์

แค่เห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาใบหน้าหวานก็ระบายไปด้วยรอยยิ้ม

ไงโต้ง ยังไม่นอนเหรอมิวกรอกเสียงหวานไปตามสายโทรศัพท์

พอได้ยินชื่อว่าโต้งทุกคนในวงก็หูผึ่ง พากันเนียนเดินรวมตัวเข้ามานั่งข้างๆมิวตรงโซฟา

คิดถึงมิว นอนไม่หลับเสียงปลายสายที่ตอบกลับมาทำเอามิวยิ้มเขิน

เห็นนิ่งๆอย่างนี้บทจะหวานขึ้นมาทำเอามิวไปไม่เป็นขึ้นมาดื้อๆ

ได้แต่พึมพำในลำคอเบาๆว่า อื้อ (ก้อคนมันเขินนี่นา) (///^^///)

แล้วมิวหล่ะ

อะไร

ซ้อมดนตรีเสร็จรึยัง

ยังเลย แต่เดี๋ยวอีกซักครึ่งชั่วโมงก็จะเสร็จแล้ว

แล้วมิวหล่ะคำถามเดิมถูกถามขึ้นมาทำเอามิวขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

ก่อนจะถามกลับไปอย่างงงๆ

ทำไมเหรอ

คิดถึงมั๊ย เสียงนุ่มที่ถามออกมาฟังดูออดอ้อน ทำเอาคนฟังหัวใจเต้นระรัว เผลอยิ้มหวานออกมา

เมื่อเย็นพึ่งเจอกันเองนะ เสียงหวานหูที่ตอบกลับไปทำให้เพื่อนๆในวงยิ่งหูผึ่ง

จากที่คอยเอียงหู เอียงคอ ฟังกันอยู่แล้ว ยิ่งเอียง กระแซะมากขึ้น

อย่างใคร่จะรู้ให้ได้ว่าสองคนนี้มันคุยอะไรกัน

แสดงว่าไม่คิดถึงเสียงนุ่มๆพ้อขึ้นมาเบาๆ

ทำเอามิวยิ้มกว้างออกมากับคนขี้ใจน้อย ใบหน้าหวานแดงซ่าน

ก่อนจะเอ่ยปากของตัวเองออกไปช้าๆ ชัดๆ ทีละคำราวกับจะช่วยทำให้อีกคนหายน้อยใจ

คิดถึงสิ คิดถึงมากคำตอบของมิวนอกจากจะทำให้คนปลายสายย้มกว้างอย่างสุขใจแล้ว

เพื่อนๆในวงที่นั่งล้อมอยู่ก็อดยิ้มกริ่มออกมาอย่างถูกใจไม่ได้

(อู๊ยยยย มันหวานกันซ้าคนแถวนี้สำลักน้ำตาลเป็นแถบๆ)

งั้นมิวไปซ้อมต่อเถอะนะ เราไม่กวนแล้ว

โต้งจะวางแล้วเหรอมิวถามเสียงอ่อย ยังไม่อยากวางเลยนี่นา

อื้อ เดี๋ยวจะไปอ่านหนังสือต่อ ถ้ามิวซ้อมเสร็จมิวโทรหาเรานะ จะรอ

โต้งบอกเสียงอบอุ่น ใจจริงอยากจะคุยอีกนานๆ

แต่กลัวมิวจะทำให้เพื่อนร่วมวงเสียเวลา เดี๋ยวจะยิ่งดึกไปกว่านี้ จึงตัดใจวาง

จ๊ะมิวตอบรับเสียงหวาน ก่อนจะกดตัดสาย

มองโทรศัพท์แล้วยิ้มหวานมากกก(ในสายตาของทุกคน)

ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเจอกับสายตาอยากรู้อยากเห็นของทุกคนในวง มิวทำไม่รู้ไม่ชี้

ไปซ้อมต่อดิสิ้นคำบอกของมิวทุกคนก็กุลีกุจอลุกไปซ้อม

จะมีแต่เพียงปิงปองที่หันมายิ้มล้อเลียนให้มิวได้หน้าแดงอีกรอบ.

...TBC...

...

...

...

วันนี้ได้ฤกษ์เอาฟิกมาลง กะลังกลุ้มว่ามันจะกี่ตอนจบ???

อยากให้ถึงวันที่สิบเจ็ดเร็วๆจะได้ไปดูที่เฮาส์

อ่านข่าวเรื่องดาราเด็กถูกดาราผู้ใหญ่กระโหลกกะลาแกล้ง

แล้วเศร้าจิต ที่เศร้ายิ่งกว่าคือพวกคอมเมนท์เข้าข้างดาราผู้ใหญ่อะ หาว่าเด็กแก่แดด

อยากรู้ว่าน้องเค้าแก่แดดตรงไหน???? แล้วทำให้เรื่องมันใหญ่ตรงไหน????

การปกป้องตัวเองนี่ถือว่าเป็นการทำเรื่องใหญ่เหรอ????

เพราะสังคมมีคนแบบนี้ประเทศถึงไม่เจริญซะที!!!!

ตอนนี้อยากไปญี่ปุ่นจังเลยยยยยยย เพื่อนไปเคาท์ดาวน์ที่ญี่ปุ่น อิจฉา หง่า

อิจฉาที่ได้ยืนอยู่ผืนดินเดียวก่าจิน หง่า หง่า ^o^

...

...

...

...ทุกชีวิตมีบาดแผล... แต่เราก็ต้องก้าวเดินต่อไป... ฟิ้ววววว...




ไม่มีสาระแต่อยากอัพ!!

...

...

...

เง้ยวันนี้ได้ฤกษ์มาอัพได ทั้งที่บอกจะอัพทุกวัน แต่ดันทำมะได้ 555555

ตอนนี้ยังลงโค๊ดเพลงไม่เป็นเลยอะ เซ็งเป็ด เซ็งไก่ จิงๆเลย

วิธีที่พี่เค้าสอนอะ ไอ้ตัวที่เค้าบอกให้คลิ๊กเก๊าะมะเห็นมีเลย เง้อ!!!!



...

...

...


วันนี้ตื่นมาด้วยความครึ้มอกครึ้มใจ

แม้ว่าเมื่อคืนจะนอนตีสามก้อบ่ยั่น นั่งเล่นเน็ตทั้งคืน5555

จากที่ไม่ได้เล่นมาหลายวันสะใจซ้า?????

วันนี้ก้อนั่งแช่หน้าคอมทั้งวัน มาคิดๆดูข้าเจ้านี่ช่างเป็นอินเตอร์เน็ตมาเนียซะจริงๆ

ที่นั่งหน้าจอทั้งวันเพราะ นั่งอ่านเรื่องกรูไม่ใช่เกย์ ของคุณเซ็งเป็ด

ตอนแรกที่เพื่อนบอกให้อ่านอ่า คิดว่าคงจะเฉยๆ งั้นๆ แต่ที่ไหนได้

อ่านแล้วไม่สามารถลุกจากหน้าคอมได้เลยนอกจากไปเข้าห้องน้ำ!!!!!!

เป็นเรื่องที่อ่านแล้วได้หลายอารมมากมาย ทั้งตลก ซึ้ง เศร้า

ที่สำคัญเรื่องนี้ทำให้อินอีกแล้ว อ่านไปร้องไห้ไป แบบไม่ไหวแล้ววว

ไม่อยากให้มันลงเอยอย่างนี้เลย แต่มันคือชีวิตจริงของคนคนนึง...มิใช่นิยาย...

แม้เราจะไม่อยากให้จบแบบนี้ แต่ชีวิตของเค้าก้อต้องดำเนินต่อไป

ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณเป็ดกับพระอ้อยจะเป็นยังไง ???

แต่เราก้อขอให้ทั้งสองคนมีความสุขกับทางที่ได้เลือกเดินละกันเนาะ

ความรักของทั้งสองคนมันดูบริสุทธิ์อะ บอกไม่ถูก

ความรักที่อ้อยให้เป็ดมันดูยิ่งใหญ่ คือถ้าใครรักข้าเจ้าได้เท่าก่าอ้อยรักเป็ดนี่รักตายเลย

อ่านแล้วตอนแรกสงสารอ้อยมากมาย ยิ่งอ่านไดอารี่ขี้ยาประกอบกะฟังเพลงอยากให้รู้ใจ ยิ่งแบบไม่ไหวแล้วอินไปใหญ่ ร้องโฮเลยเรา ดีนะที่อยู่ในห้องตัวเองไม่งั้นแม่คงตกใจว่าลูกตูเป็นบ้าอะไร

พอเหอะ...เดี๋ยวจะร้องอีกรอบ...บลา บลา...

พรุ่งนี้เจอกันนะ...เจ้าความรัก...

...

...

...

อีกไม่กี่วันก้อจะเข้าปีใหม่แล้วววววว

ทำไมไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรเลยว๊า

รู้แค่ว่าเวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน

แป๊บๆ ก้อจะขึ้นม.5 ละ...จากที่ปีที่แล้วยังอยู่ม.3 อยู่เลย

รู้สึกตัวเองจะไม่ได้โตขึ้นเล้ยยยย แผนที่วางไว้ว่าจะทำปีนี้ ก้อทำได้บ้างไม่ได้บ้าง T_T

ปีหน้าเอาใหม่ จะพยายามทำตามแผนที่ตั้งไว้ให้ได้ แง๊ว แง๊ว

ตอนแรกปีนี้กะจะขึ้นเชียงใหม่ เอาไปเอามาได้ไปเมืองกาญเฉย

แต่ก้อดีจะได้ไปล่องแพ แต่ก้อยังอยากกลับเชียงใหม่อ่า แงแง

รู้สึกวันนี้อัพหาสาระมิได้...แต่ยังอยากอัพ...

พอดีก่า ก่อนมันจะรั่วไปกว่านี้
...

...

...

อ๊ากกก ไปอ่านเจออคาเมะจากบล๊อกพี่แอนมา ไม่ไหวละน่าร๊ากกอ่า

MYOJO 2008/02

มีผู้หญิงเขียนโปสการ์ดเข้ามา ยินดีที่คอลัมน์ตอบเมลของ จินคาเมะ ครบรอบห้าปี

คาเมะเลยบอกว่า

"เค้าแสดงความยินดีมาว่าครบห้าปีก็จริง แต่จริงๆแล้ว หายไปครึ่งปี....."

แล้วจินก็

"แค่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" (ไอใหญ่เลย) 555+

พอโปสการ์ดอีกใบ คาเมะก็พูดงี้อีก จินมันก็ไออีก (น่าร๊ากกกกอ่าอ้วน)
.
.
.
แล้วก็ตัดมาตรงสัมภาษณ์มันจะมีจินพูดกับจุนโนะ

จุนโนะ : "จำได้มั้ย เมื่อ 7 ปี ก่อน เราเคยไปฮาวายด้วยกัน"

จิน : "จำไม่ได้อ่ะ แล้วไง ตอนนั้นฉันทำไรหรอ"

จุนโนะ : "ไม่รุ้ จำไม่ได้อะ"

จิน : "555+"ประมาณว่าจะพูดทำไม

จิน : "แต่ที่ฉันจำได้แม่นเลยก็คือ เมื่อ 4 ปีก่อนที่เราไปฮาวายด้วยกัน"

จุนโนะ : "อือ ตอนนั้น มีฉัน อาคานิชิ คาเมะ แล้วก็ ยามะชิตะไปร้องคาราโอเกะด้วยกันด้วย"

และจินก็บอกประมาณว่ามันร้องอยู่คนเดียวเลย จุนโนะเอาแต่นั่งคุย

จิน : "เจอดาราดังด้วย(คาเมรอน ดิแอซ) ได้เห็นมั๊ย"

จุนโนะ : "เอ่อ...ไม่อ่ะ ตอนนั้นฉันอยู่กับนายด้วยหรอ จำไม่เห็นได้เลย"

จิน : ".................คาเมะอยู่" (ฮิ้ววววววว,,,อยู่กันสองคนว่างั้นสิตอนนั้นน่ะ 555+)
.
.
.
Cartoon KAT-TUN...เมื่อพุธที่ผ่านมา,,

ตอนที่จินบอกว่าเจอก๊อปปี้คาเมะที่ชิบุย่า,,,

จินมันบอกว่า...

"วันนั้นเดินอยู่ที่ชิบุย่ากับเพื่อน

แล้วได้ยินเด็กผู้หญิงม.ปลายคุยกัน

ว่าเจอคาเมะนาชิคุงที่หน้าสตาร์บัคส์ ก็เลยเดินไปดู

เจอผู้ชายคนนึงยืนอยู่ใส่แว่น เลยพยายามจ้อง เพราะเหมือนคาเมะนาชิมากๆ

แต่มองๆแล้วก็รู้ว่าไม่ใช่...เพราะ คิ้วกระดกกว่าคาเมะ 15 องศา (555+สุดยอดอ่าจินรู้ละเอียดมั่ก)

แต่สุดท้ายก็เดินไปขอจับมืออยู่ดี"


คาเมะก็บอกว่า

"โกหกน่ะ บ้าเหรอ จับมือเนี่ยนะ 555+"

...

...

...

สุดท้าย...แค่อยากบอกว่า

รักจินเมะนะ ฟิ้วววววววว

...

...

...

PART...III

THE LOVE OF SIAM

PART III

เสียงคนคุยกันภายในบ้านทำให้โต้งชงักเท้าอยู่ตรงหน้าประตู ก่อนจะค่อยๆผลักประตูเข้าไปเบาๆ

อมยิ้มนิ้มนิดๆเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้า คือพ่อกับแม่ที่กำลังพูดคุยกันพร้อมทั้งนั่งดูทีวีไปด้วย

หลังจากคืนวันคริสมาสต์แห่งความทรงจำนั้น นี่ก็ผ่านมาได้สามเดือนแล้ว  

ไม่ได้มีแค่ความสัมพันธ์ของเค้ากับมิวเท่านั้นที่งอกเงย

ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของเค้าก็ดีขึ้นตามลำดับ

อาจจะไม่ดีเท่าตอนที่ยังมีพี่แตงอยู่ แต่ก็ดีขึ้นมากๆเมื่อเทียบกับช่วงห้าปีที่ผ่านมา

ทั้งหมดนั้นคนที่เค้าจะต้องขอบคุณคือพี่จูนที่ก้าวเข้ามาทำให้ครอบครัวของเค้าดีขึ้น

แม้พี่จูนจะไม่สามารถทดแทนพี่แตงได้ แต่พี่จูนเหมือนเป็นแสงสว่าง

ที่ทำให้ครอบครัวของเค้าหลุดพ้นจากความมืดมิดที่ปก

คลุมจิตใจของคนในครอบครัวมาตลอดห้าปีที่ไม่มีพี่แตงอยู่

และที่สำคัญคนที่เค้าต้องขอบคุณอีกคนก็คือมิว

ที่เป็นคนชักนำพี่จูนให้มาพบกับครอบครัวของเค้าถ้าไม่พบกันเรื่องดีๆแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น

คิดมาถึงตอนนี้ใบหน้าหล่อจึงปรากฏรอยยิ้มบางๆ

ตอนนี้พ่อของเค้ากำลังเข้ารับการบำบัดเพื่อที่จะเลิกดื่มเหล้าให้ได้อย่างเด็ดขาด

เวลาว่างก็รับงานเขียนแบบมานั่งทำที่บ้าน โชคดีที่พ่อมีเพื่อนดีคอยช่วยเหลือ

กอรปกับฝีมือในการทำงานทำให้ลูกค้าเชื่อใจ จึงมีงานเข้ามาเรื่อยๆ

พ่อบอกว่า พอบำบัดเสร็จและร่างกายแข็งแรงกว่านี้จะกลับไปทำงานเต็มตัวซะที.

อ้าวโต้งกลับมาแล้วเหรอ กินข้าวมารึยังละเรา สุนีย์ทักเมื่อเห็นโต้งเดินเข้ามาในบ้าน

ยังเลยแม่ แล้ววันนี้มีอะไรกินมั่ง

แล้ววันนี้เราไม่ได้ไปดูมิวซ้อมดนตรีเหรอกรณ์ถามขึ้นมาบ้างเมื่อเหลือบมองนาฬิกาข้างผนังที่บอกเวลาเพียงทุ่มเศษ

โต้งยิ้มๆไม่ตอบว่าอะไร จริงๆเค้าตั้งใจจะแบ่งเวลาอยู่กับมิวและที่บ้านเท่าๆกัน

เพื่อคนสำคัญ แม้เค้าจะไม่มีกำลัง หรือสติปัญญามากพอที่จะปกป้องทุกคนได้เต็มที่ ณ เวลานี้

แต่เค้าก็ได้พยายามอย่างสุดความสามารถเท่าที่เค้าจะทำได้   เพื่อให้ทุกคนที่เค้ารักมีความสุข

สุนีย์ดูเหมือนจะรับรู้ว่าลูกชายคนเดียวคิดอะไร อยู่ เธอได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไร

ก่อนจะเอ่ยชวนทุกคนให้ลุกไปทานข้าวเย็น

เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิต อาเมน
พระสวามีเจ้าข้า โปรดอวยพรแก่ข้าพเจ้าและอาหารที่จะรับประท่านในวันนี้
เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิตอาเมน

หลังจากสวดขอบคุณพระเจ้าแล้ว ทุกคนก็รับประทานอาหารไป

สลับกับคุยแลกเปลี่ยนความคิดในเรื่องต่างๆไป
โต้ง วันหลังชวนมิวมาทานข้าวที่บ้านเราบ้างก็ได้นะสุนีย์เอ่ยบอกเสียงเรียบ

ทำให้โต้งชงักมองหน้าแม่นิ่งๆ ก่อนจะยิ้มกว้าง แล้วจึงพยักหน้ารับ

แล้วเรื่องเรียนหล่ะ ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง สุนีย์ถามเมื่อเห็นลูกชายพยักหน้า

ก็ เรื่อยๆแม่ ก็ดี กรณ์หัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำตอบของโต้ง

แล้วตกลงจะเข้าสถาปัตย์ได้มั๊ย ไอ้เรื่อยๆเนี๊ยะ กรณ์ถามอย่างขำๆ พลอยในาดนี้ยิ้มรับก่อนจะตอบคำถามด้วยน้ำเสียงและแววตาที่มั่นใจ

ถ้าเป็นเมื่อก่อนคำตอบที่เค้าจะตอบคงไม่พ้นคำว่าไม่รู้ดิ

แต่ตอนนี้เค้ามั่นใจว่าจะดำเนินชีวิตแบบไหน คำตอบที่มีให้พ่อกับแม่จึงชัดเจน

คำตอบที่ได้รับทำให้ทั้งกรณ์และสุนีย์ยิ้มกว้าง

โดยเฉพาะสุนีย์เธอรู้สึกดีใจที่เธอได้ปล่อยให้ลูกได้ตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวเอง

ถ้าเธอยังขืนดึงดัน ไม่รู้ว่าในวันนี้โต้งและทุกคนในครอบครัวจะได้มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแบบนี้รึเปล่า

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของโต้งและมิว แม้ว่าเธอจะไม่ได้เอ่ยปากบอกกรณ์ออกมาตรงๆ

แต่ดูเหมือนว่ากรณ์จะรับรู้ได้ด้วยตัวเอง และเหมือนกับจะยอมรับในการตัดสินใจของลูกอยู่กลายๆ

แล้วมิวหล่ะ เอาแต่ซ้อมดนตรีจะมีเวลาอ่านหนังสือเหรอสุนีย์ถามอย่างห่วงใย

แม้เธอจะยังรู้สึกตะขิดตะขวางใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่บ้าง

แต่มิวก็เป็นเด็กที่เธอเห็นมาตั้งแต่เด็กจึงอดเอ็นดูไม่ได้


มิวได้โควตาเข้าศิลปกรรมแล้วแม่ ไม่ต้องสอบ

อืมที่เดียวกับที่เราจะเข้าหล่ะสิ กรณ์ถามยิ้มๆ

อ๋อ ครับโต้งตอบ เงยหน้ามายิ้มให้พ่อ

มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งเลยจะไหวมั๊ยลูก

ไหวสิแม่ตอบเสียงมั่นใจ ทุกคนนั่งคุยกันซักพัก

โต้งจึงขอตัวพ่อกับแม่เข้าห้อง เพื่อจะได้ทบทวนบทเรียนต่อ




หลังจากอาบน้ำเสร็จ โต้งก็นั่งลงบนเตียงคิดอะไรเรื่อยเปื่อยซักพัก

สี่ทุ่มแล้ว มิวจะซ้อมดนตรีเสร็จรึยังน๊าพึมพำเบาๆ

ก่อนจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ กดเบอร์โทรออกหามิวทันที

เฮ้ย!! ไอ้มิวลูกมึงร้องแหนะ เอ๊กซ์ตะโกนบอกมิวที่ซ้อมเนื้อกับเพชรอยู่

เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มิวทิ่อยู่ข้างตัวเค้าดัง

มิวชงักบอกให้ที่เหลือซ้อมต่อ ก่อนจะเดินมาหยิบโทรศัพท์

แค่เห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาใบหน้าหวานก็ระบายไปด้วยรอยยิ้ม

ไงโต้ง ยังไม่นอนเหรอมิวกรอกเสียงหวานไปตามสายโทรศัพท์

พอได้ยินชื่อว่าโต้งทุกคนในวงก็หูผึ่ง พากันเนียนเดินรวมตัวเข้ามานั่งข้างๆมิวตรงโซฟา

คิดถึงมิว นอนไม่หลับเสียงปลายสายที่ตอบกลับมาทำเอามิวยิ้มเขิน

เห็นนิ่งๆอย่างนี้บทจะหวานขึ้นมาทำเอามิวไปไม่เป็นขึ้นมาดื้อๆ

ได้แต่พึมพำในลำคอเบาๆว่า อื้อ (ก้อคนมันเขินนี่นา) (///^^///)

แล้วมิวหล่ะ

อะไร

ซ้อมดนตรีเสร็จรึยัง

ยังเลย แต่เดี๋ยวอีกซักครึ่งชั่วโมงก็จะเสร็จแล้ว

แล้วมิวหล่ะคำถามเดิมถูกถามขึ้นมาทำเอามิวขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

ก่อนจะถามกลับไปอย่างงงๆ

ทำไมเหรอ

คิดถึงมั๊ย เสียงนุ่มที่ถามออกมาฟังดูออดอ้อน ทำเอาคนฟังหัวใจเต้นระรัว เผลอยิ้มหวานออกมา

เมื่อเย็นพึ่งเจอกันเองนะ เสียงหวานหูที่ตอบกลับไปทำให้เพื่อนๆในวงยิ่งหูผึ่ง

จากที่คอยเอียงหู เอียงคอ ฟังกันอยู่แล้ว ยิ่งเอียง กระแซะมากขึ้น

อย่างใคร่จะรู้ให้ได้ว่าสองคนนี้มันคุยอะไรกัน

แสดงว่าไม่คิดถึงเสียงนุ่มๆพ้อขึ้นมาเบาๆ

ทำเอามิวยิ้มกว้างออกมากับคนขี้ใจน้อย ใบหน้าหวานแดงซ่าน

ก่อนจะเอ่ยปากของตัวเองออกไปช้าๆ ชัดๆ ทีละคำราวกับจะช่วยทำให้อีกคนหายน้อยใจ

คิดถึงสิ คิดถึงมากคำตอบของมิวนอกจากจะทำให้คนปลายสายย้มกว้างอย่างสุขใจแล้ว

เพื่อนๆในวงที่นั่งล้อมอยู่ก็อดยิ้มกริ่มออกมาอย่างถูกใจไม่ได้

(อู๊ยยยย มันหวานกันซ้าคนแถวนี้สำลักน้ำตาลเป็นแถบๆ)

งั้นมิวไปซ้อมต่อเถอะนะ เราไม่กวนแล้ว

โต้งจะวางแล้วเหรอมิวถามเสียงอ่อย ยังไม่อยากวางเลยนี่นา

อื้อ เดี๋ยวจะไปอ่านหนังสือต่อ ถ้ามิวซ้อมเสร็จมิวโทรหาเรานะ จะรอ

โต้งบอกเสียงอบอุ่น ใจจริงอยากจะคุยอีกนานๆ

แต่กลัวมิวจะทำให้เพื่อนร่วมวงเสียเวลา เดี๋ยวจะยิ่งดึกไปกว่านี้ จึงตัดใจวาง

จ๊ะมิวตอบรับเสียงหวาน ก่อนจะกดตัดสาย

มองโทรศัพท์แล้วยิ้มหวานมากกก(ในสายตาของทุกคน)

ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเจอกับสายตาอยากรู้อยากเห็นของทุกคนในวง มิวทำไม่รู้ไม่ชี้

ไปซ้อมต่อดิสิ้นคำบอกของมิวทุกคนก็กุลีกุจอลุกไปซ้อม

จะมีแต่เพียงปิงปองที่หันมายิ้มล้อเลียนให้มิวได้หน้าแดงอีกรอบ.

...TBC...

...

...

...

วันนี้ได้ฤกษ์เอาฟิกมาลง กะลังกลุ้มว่ามันจะกี่ตอนจบ???

อยากให้ถึงวันที่สิบเจ็ดเร็วๆจะได้ไปดูที่เฮาส์

อ่านข่าวเรื่องดาราเด็กถูกดาราผู้ใหญ่กระโหลกกะลาแกล้ง

แล้วเศร้าจิต ที่เศร้ายิ่งกว่าคือพวกคอมเมนท์เข้าข้างดาราผู้ใหญ่อะ หาว่าเด็กแก่แดด

อยากรู้ว่าน้องเค้าแก่แดดตรงไหน???? แล้วทำให้เรื่องมันใหญ่ตรงไหน????

การปกป้องตัวเองนี่ถือว่าเป็นการทำเรื่องใหญ่เหรอ????

เพราะสังคมมีคนแบบนี้ประเทศถึงไม่เจริญซะที!!!!

ตอนนี้อยากไปญี่ปุ่นจังเลยยยยยยย เพื่อนไปเคาท์ดาวน์ที่ญี่ปุ่น อิจฉา หง่า

อิจฉาที่ได้ยืนอยู่ผืนดินเดียวก่าจิน หง่า หง่า ^o^

...

...

...

...ทุกชีวิตมีบาดแผล... แต่เราก็ต้องก้าวเดินต่อไป... ฟิ้ววววว...




ไม่มีสาระแต่อยากอัพ!!

...

...

...

เง้ยวันนี้ได้ฤกษ์มาอัพได ทั้งที่บอกจะอัพทุกวัน แต่ดันทำมะได้ 555555

ตอนนี้ยังลงโค๊ดเพลงไม่เป็นเลยอะ เซ็งเป็ด เซ็งไก่ จิงๆเลย

วิธีที่พี่เค้าสอนอะ ไอ้ตัวที่เค้าบอกให้คลิ๊กเก๊าะมะเห็นมีเลย เง้อ!!!!



...

...

...


วันนี้ตื่นมาด้วยความครึ้มอกครึ้มใจ

แม้ว่าเมื่อคืนจะนอนตีสามก้อบ่ยั่น นั่งเล่นเน็ตทั้งคืน5555

จากที่ไม่ได้เล่นมาหลายวันสะใจซ้า?????

วันนี้ก้อนั่งแช่หน้าคอมทั้งวัน มาคิดๆดูข้าเจ้านี่ช่างเป็นอินเตอร์เน็ตมาเนียซะจริงๆ

ที่นั่งหน้าจอทั้งวันเพราะ นั่งอ่านเรื่องกรูไม่ใช่เกย์ ของคุณเซ็งเป็ด

ตอนแรกที่เพื่อนบอกให้อ่านอ่า คิดว่าคงจะเฉยๆ งั้นๆ แต่ที่ไหนได้

อ่านแล้วไม่สามารถลุกจากหน้าคอมได้เลยนอกจากไปเข้าห้องน้ำ!!!!!!

เป็นเรื่องที่อ่านแล้วได้หลายอารมมากมาย ทั้งตลก ซึ้ง เศร้า

ที่สำคัญเรื่องนี้ทำให้อินอีกแล้ว อ่านไปร้องไห้ไป แบบไม่ไหวแล้ววว

ไม่อยากให้มันลงเอยอย่างนี้เลย แต่มันคือชีวิตจริงของคนคนนึง...มิใช่นิยาย...

แม้เราจะไม่อยากให้จบแบบนี้ แต่ชีวิตของเค้าก้อต้องดำเนินต่อไป

ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณเป็ดกับพระอ้อยจะเป็นยังไง ???

แต่เราก้อขอให้ทั้งสองคนมีความสุขกับทางที่ได้เลือกเดินละกันเนาะ

ความรักของทั้งสองคนมันดูบริสุทธิ์อะ บอกไม่ถูก

ความรักที่อ้อยให้เป็ดมันดูยิ่งใหญ่ คือถ้าใครรักข้าเจ้าได้เท่าก่าอ้อยรักเป็ดนี่รักตายเลย

อ่านแล้วตอนแรกสงสารอ้อยมากมาย ยิ่งอ่านไดอารี่ขี้ยาประกอบกะฟังเพลงอยากให้รู้ใจ ยิ่งแบบไม่ไหวแล้วอินไปใหญ่ ร้องโฮเลยเรา ดีนะที่อยู่ในห้องตัวเองไม่งั้นแม่คงตกใจว่าลูกตูเป็นบ้าอะไร

พอเหอะ...เดี๋ยวจะร้องอีกรอบ...บลา บลา...

พรุ่งนี้เจอกันนะ...เจ้าความรัก...

...

...

...

อีกไม่กี่วันก้อจะเข้าปีใหม่แล้วววววว

ทำไมไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรเลยว๊า

รู้แค่ว่าเวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน

แป๊บๆ ก้อจะขึ้นม.5 ละ...จากที่ปีที่แล้วยังอยู่ม.3 อยู่เลย

รู้สึกตัวเองจะไม่ได้โตขึ้นเล้ยยยย แผนที่วางไว้ว่าจะทำปีนี้ ก้อทำได้บ้างไม่ได้บ้าง T_T

ปีหน้าเอาใหม่ จะพยายามทำตามแผนที่ตั้งไว้ให้ได้ แง๊ว แง๊ว

ตอนแรกปีนี้กะจะขึ้นเชียงใหม่ เอาไปเอามาได้ไปเมืองกาญเฉย

แต่ก้อดีจะได้ไปล่องแพ แต่ก้อยังอยากกลับเชียงใหม่อ่า แงแง

รู้สึกวันนี้อัพหาสาระมิได้...แต่ยังอยากอัพ...

พอดีก่า ก่อนมันจะรั่วไปกว่านี้
...

...

...

อ๊ากกก ไปอ่านเจออคาเมะจากบล๊อกพี่แอนมา ไม่ไหวละน่าร๊ากกอ่า

MYOJO 2008/02

มีผู้หญิงเขียนโปสการ์ดเข้ามา ยินดีที่คอลัมน์ตอบเมลของ จินคาเมะ ครบรอบห้าปี

คาเมะเลยบอกว่า

"เค้าแสดงความยินดีมาว่าครบห้าปีก็จริง แต่จริงๆแล้ว หายไปครึ่งปี....."

แล้วจินก็

"แค่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" (ไอใหญ่เลย) 555+

พอโปสการ์ดอีกใบ คาเมะก็พูดงี้อีก จินมันก็ไออีก (น่าร๊ากกกกอ่าอ้วน)
.
.
.
แล้วก็ตัดมาตรงสัมภาษณ์มันจะมีจินพูดกับจุนโนะ

จุนโนะ : "จำได้มั้ย เมื่อ 7 ปี ก่อน เราเคยไปฮาวายด้วยกัน"

จิน : "จำไม่ได้อ่ะ แล้วไง ตอนนั้นฉันทำไรหรอ"

จุนโนะ : "ไม่รุ้ จำไม่ได้อะ"

จิน : "555+"ประมาณว่าจะพูดทำไม

จิน : "แต่ที่ฉันจำได้แม่นเลยก็คือ เมื่อ 4 ปีก่อนที่เราไปฮาวายด้วยกัน"

จุนโนะ : "อือ ตอนนั้น มีฉัน อาคานิชิ คาเมะ แล้วก็ ยามะชิตะไปร้องคาราโอเกะด้วยกันด้วย"

และจินก็บอกประมาณว่ามันร้องอยู่คนเดียวเลย จุนโนะเอาแต่นั่งคุย

จิน : "เจอดาราดังด้วย(คาเมรอน ดิแอซ) ได้เห็นมั๊ย"

จุนโนะ : "เอ่อ...ไม่อ่ะ ตอนนั้นฉันอยู่กับนายด้วยหรอ จำไม่เห็นได้เลย"

จิน : ".................คาเมะอยู่" (ฮิ้ววววววว,,,อยู่กันสองคนว่างั้นสิตอนนั้นน่ะ 555+)
.
.
.
Cartoon KAT-TUN...เมื่อพุธที่ผ่านมา,,

ตอนที่จินบอกว่าเจอก๊อปปี้คาเมะที่ชิบุย่า,,,

จินมันบอกว่า...

"วันนั้นเดินอยู่ที่ชิบุย่ากับเพื่อน

แล้วได้ยินเด็กผู้หญิงม.ปลายคุยกัน

ว่าเจอคาเมะนาชิคุงที่หน้าสตาร์บัคส์ ก็เลยเดินไปดู

เจอผู้ชายคนนึงยืนอยู่ใส่แว่น เลยพยายามจ้อง เพราะเหมือนคาเมะนาชิมากๆ

แต่มองๆแล้วก็รู้ว่าไม่ใช่...เพราะ คิ้วกระดกกว่าคาเมะ 15 องศา (555+สุดยอดอ่าจินรู้ละเอียดมั่ก)

แต่สุดท้ายก็เดินไปขอจับมืออยู่ดี"


คาเมะก็บอกว่า

"โกหกน่ะ บ้าเหรอ จับมือเนี่ยนะ 555+"

...

...

...

สุดท้าย...แค่อยากบอกว่า

รักจินเมะนะ ฟิ้วววววววว

...

...

...

The Love Of Siam II.part II

:::::Fic The Love Of Siam ll:::::

:::::Part II:::::


มิว มิว เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูทำให้มิว

สะดุ้งตื่นก่อนจะกระพริบตาถี่ๆอย่างมึนงง นี่เค้าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

สงสัยเพราะเมื่อคืนเอาแต่ร้องไห้หนักไปหน่อยคุยกันอยู่ดีๆเลยเผลอหลับไปซะได้

  หรือจริงๆแล้วอาจจะเป็นเพราะอ้อมกอดอันอบอุ่นที่แสนจะคุ้นเคย

ของคนที่นอนโอบเค้าอยู่ต่างหากที่ทำให้ตัวเค้าเองเผลอนอนหลับได้อย่างง่ายดาย

ใบหน้างัวเงียของคนที่พี่งตื่นนอนทำให้โต้งเผลอมองพร้อมทั้งยิ้มอบอุ่นแกมอ่อนโยนออกมาอย่างไม่รู้ตัว

ทำไมน๊าทั้งที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ทำไมเค้าถึงรู้สึกว่ามิวน่าปกป้องน่าทะนุถนอมได้ขนาดนี้

เค้าแน่ใจว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นแค่กับมิวคนเดียวจริงๆ

กับพวกเพื่อนๆหรือผู้ชายคนอื่นให้มาทำแบบที่ทำกับมิวแค่คิดเค้าก็ขนลุกแล้ว

ตัวค้าเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นตอนไหน และเค้าก็ไม่อยากจะใส่ใจค้นหา

รู้แค่ว่า ณ เวลานี้เค้าอยากจะปกป้องและคอยอยู่เคียงข้างคนๆนี้   

รู้แค่ว่ามิวเป็นคนเดียวที่ทำให้เค้ารู้สึกสบายใจ อบอุ่น และเป็นตัวของตัวเองเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ

รู้แค่ว่าเวลาอยู่กับมิวมันทำให้เค้ามีความสุขจนเหมือนกับจะลอยได้   รู้แค่นี้จริงๆ

มิวเดี๋ยวเราต้องกลับแล้วนะ อยู่คนเดียวได้มั๊ย
 
คำถามของโต้งทำให้มิวต้องเงยใบหน้าที่ซุกอยู่กับอกอุ่นของคนถาม

ก่อนจะค่อยๆพยุงตัวลุกจากอ้อมกอดมา มองตาโต้งด้วยใบหน้าที่ระบายไปด้วยรอยยิ้มหวานๆ

ได้สิ ปกติเราก้ออยู่คนเดียวประจำอยู่แล้ว โต้งไม่ต้องห่วงหรอกบ้านนี้เป็นบ้านเรานะ เราคุ้นเคยกับมันดี"

พูดพร้อมทั้งยื่นมือเรียวไปตรงหน้าเพื่อให้อีกคนที่ยังนอนอยู่บนเตียงใช้เป็นแรงฉุดลุกขึ้นมานั่งข้างๆกัน

โต้งรีบกลับบ้านเถอะนะ เดี๋ยวน้านีย์จะเป็นห่วง
 
มิวบอกน้ำเสียงอ่อนโยน เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพบว่าตอนนี้ภายนอกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดของรัตติกาล

มิว

หืมม เสียงเรียกแผ่วเบาของโต้งทำให้มิวละสายตาจากนอกหน้าต่างหันมามองโต้งตาแป๋ว ก่อนจะขานรับในลำคอแผ่วเบาเป็นเชิงถาม

รักนะคำบอกรักแบบไม่ทันให้ตั้งตัวพร้มรอยยิ้มกว้างของโต้งทำให้มิวต้องเสหลบสายตาลงมองพื้นอย่างอายๆ ใบหน้าใสเป็นสีแดงระเรื่อ หัวใจเต้นระรัวทั้งตื่นเต้น ทั้งดีใจ ทั้งเขินอาย ปนกันจนแยกไม่ออก

โต้งเห็นดังนั้นก็อมยิ้มอย่างชอบใจ ก่อนจะค่อยๆเชยใบหน้าหวานให้ขึ้นมาสบสายตากับตัวเอ
 

PART...III

THE LOVE OF SIAM

PART III

เสียงคนคุยกันภายในบ้านทำให้โต้งชงักเท้าอยู่ตรงหน้าประตู ก่อนจะค่อยๆผลักประตูเข้าไปเบาๆ

อมยิ้มนิ้มนิดๆเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้า คือพ่อกับแม่ที่กำลังพูดคุยกันพร้อมทั้งนั่งดูทีวีไปด้วย

หลังจากคืนวันคริสมาสต์แห่งความทรงจำนั้น นี่ก็ผ่านมาได้สามเดือนแล้ว  

ไม่ได้มีแค่ความสัมพันธ์ของเค้ากับมิวเท่านั้นที่งอกเงย

ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของเค้าก็ดีขึ้นตามลำดับ

อาจจะไม่ดีเท่าตอนที่ยังมีพี่แตงอยู่ แต่ก็ดีขึ้นมากๆเมื่อเทียบกับช่วงห้าปีที่ผ่านมา

ทั้งหมดนั้นคนที่เค้าจะต้องขอบคุณคือพี่จูนที่ก้าวเข้ามาทำให้ครอบครัวของเค้าดีขึ้น

แม้พี่จูนจะไม่สามารถทดแทนพี่แตงได้ แต่พี่จูนเหมือนเป็นแสงสว่าง

ที่ทำให้ครอบครัวของเค้าหลุดพ้นจากความมืดมิดที่ปก

คลุมจิตใจของคนในครอบครัวมาตลอดห้าปีที่ไม่มีพี่แตงอยู่

และที่สำคัญคนที่เค้าต้องขอบคุณอีกคนก็คือมิว

ที่เป็นคนชักนำพี่จูนให้มาพบกับครอบครัวของเค้าถ้าไม่พบกันเรื่องดีๆแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น

คิดมาถึงตอนนี้ใบหน้าหล่อจึงปรากฏรอยยิ้มบางๆ

ตอนนี้พ่อของเค้ากำลังเข้ารับการบำบัดเพื่อที่จะเลิกดื่มเหล้าให้ได้อย่างเด็ดขาด

เวลาว่างก็รับงานเขียนแบบมานั่งทำที่บ้าน โชคดีที่พ่อมีเพื่อนดีคอยช่วยเหลือ

กอรปกับฝีมือในการทำงานทำให้ลูกค้าเชื่อใจ จึงมีงานเข้ามาเรื่อยๆ

พ่อบอกว่า พอบำบัดเสร็จและร่างกายแข็งแรงกว่านี้จะกลับไปทำงานเต็มตัวซะที.

อ้าวโต้งกลับมาแล้วเหรอ กินข้าวมารึยังละเรา สุนีย์ทักเมื่อเห็นโต้งเดินเข้ามาในบ้าน

ยังเลยแม่ แล้ววันนี้มีอะไรกินมั่ง

แล้ววันนี้เราไม่ได้ไปดูมิวซ้อมดนตรีเหรอกรณ์ถามขึ้นมาบ้างเมื่อเหลือบมองนาฬิกาข้างผนังที่บอกเวลาเพียงทุ่มเศษ

โต้งยิ้มๆไม่ตอบว่าอะไร จริงๆเค้าตั้งใจจะแบ่งเวลาอยู่กับมิวและที่บ้านเท่าๆกัน

เพื่อคนสำคัญ แม้เค้าจะไม่มีกำลัง หรือสติปัญญามากพอที่จะปกป้องทุกคนได้เต็มที่ ณ เวลานี้

แต่เค้าก็ได้พยายามอย่างสุดความสามารถเท่าที่เค้าจะทำได้   เพื่อให้ทุกคนที่เค้ารักมีความสุข

สุนีย์ดูเหมือนจะรับรู้ว่าลูกชายคนเดียวคิดอะไร อยู่ เธอได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไร

ก่อนจะเอ่ยชวนทุกคนให้ลุกไปทานข้าวเย็น

เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิต อาเมน
พระสวามีเจ้าข้า โปรดอวยพรแก่ข้าพเจ้าและอาหารที่จะรับประท่านในวันนี้
เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิตอาเมน

หลังจากสวดขอบคุณพระเจ้าแล้ว ทุกคนก็รับประทานอาหารไป

สลับกับคุยแลกเปลี่ยนความคิดในเรื่องต่างๆไป
โต้ง วันหลังชวนมิวมาทานข้าวที่บ้านเราบ้างก็ได้นะสุนีย์เอ่ยบอกเสียงเรียบ

ทำให้โต้งชงักมองหน้าแม่นิ่งๆ ก่อนจะยิ้มกว้าง แล้วจึงพยักหน้ารับ

แล้วเรื่องเรียนหล่ะ ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง สุนีย์ถามเมื่อเห็นลูกชายพยักหน้า

ก็ เรื่อยๆแม่ ก็ดี กรณ์หัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำตอบของโต้ง

แล้วตกลงจะเข้าสถาปัตย์ได้มั๊ย ไอ้เรื่อยๆเนี๊ยะ กรณ์ถามอย่างขำๆ พลอยในาดนี้ยิ้มรับก่อนจะตอบคำถามด้วยน้ำเสียงและแววตาที่มั่นใจ

ถ้าเป็นเมื่อก่อนคำตอบที่เค้าจะตอบคงไม่พ้นคำว่าไม่รู้ดิ

แต่ตอนนี้เค้ามั่นใจว่าจะดำเนินชีวิตแบบไหน คำตอบที่มีให้พ่อกับแม่จึงชัดเจน

คำตอบที่ได้รับทำให้ทั้งกรณ์และสุนีย์ยิ้มกว้าง

โดยเฉพาะสุนีย์เธอรู้สึกดีใจที่เธอได้ปล่อยให้ลูกได้ตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวเอง

ถ้าเธอยังขืนดึงดัน ไม่รู้ว่าในวันนี้โต้งและทุกคนในครอบครัวจะได้มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแบบนี้รึเปล่า

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของโต้งและมิว แม้ว่าเธอจะไม่ได้เอ่ยปากบอกกรณ์ออกมาตรงๆ

แต่ดูเหมือนว่ากรณ์จะรับรู้ได้ด้วยตัวเอง และเหมือนกับจะยอมรับในการตัดสินใจของลูกอยู่กลายๆ

แล้วมิวหล่ะ เอาแต่ซ้อมดนตรีจะมีเวลาอ่านหนังสือเหรอสุนีย์ถามอย่างห่วงใย

แม้เธอจะยังรู้สึกตะขิดตะขวางใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่บ้าง

แต่มิวก็เป็นเด็กที่เธอเห็นมาตั้งแต่เด็กจึงอดเอ็นดูไม่ได้


มิวได้โควตาเข้าศิลปกรรมแล้วแม่ ไม่ต้องสอบ

อืมที่เดียวกับที่เราจะเข้าหล่ะสิ กรณ์ถามยิ้มๆ

อ๋อ ครับโต้งตอบ เงยหน้ามายิ้มให้พ่อ

มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งเลยจะไหวมั๊ยลูก

ไหวสิแม่ตอบเสียงมั่นใจ ทุกคนนั่งคุยกันซักพัก

โต้งจึงขอตัวพ่อกับแม่เข้าห้อง เพื่อจะได้ทบทวนบทเรียนต่อ




หลังจากอาบน้ำเสร็จ โต้งก็นั่งลงบนเตียงคิดอะไรเรื่อยเปื่อยซักพัก

สี่ทุ่มแล้ว มิวจะซ้อมดนตรีเสร็จรึยังน๊าพึมพำเบาๆ

ก่อนจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ กดเบอร์โทรออกหามิวทันที

เฮ้ย!! ไอ้มิวลูกมึงร้องแหนะ เอ๊กซ์ตะโกนบอกมิวที่ซ้อมเนื้อกับเพชรอยู่

เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มิวทิ่อยู่ข้างตัวเค้าดัง

มิวชงักบอกให้ที่เหลือซ้อมต่อ ก่อนจะเดินมาหยิบโทรศัพท์

แค่เห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาใบหน้าหวานก็ระบายไปด้วยรอยยิ้ม

ไงโต้ง ยังไม่นอนเหรอมิวกรอกเสียงหวานไปตามสายโทรศัพท์

พอได้ยินชื่อว่าโต้งทุกคนในวงก็หูผึ่ง พากันเนียนเดินรวมตัวเข้ามานั่งข้างๆมิวตรงโซฟา

คิดถึงมิว นอนไม่หลับเสียงปลายสายที่ตอบกลับมาทำเอามิวยิ้มเขิน

เห็นนิ่งๆอย่างนี้บทจะหวานขึ้นมาทำเอามิวไปไม่เป็นขึ้นมาดื้อๆ

ได้แต่พึมพำในลำคอเบาๆว่า อื้อ (ก้อคนมันเขินนี่นา) (///^^///)

แล้วมิวหล่ะ

อะไร

ซ้อมดนตรีเสร็จรึยัง

ยังเลย แต่เดี๋ยวอีกซักครึ่งชั่วโมงก็จะเสร็จแล้ว

แล้วมิวหล่ะคำถามเดิมถูกถามขึ้นมาทำเอามิวขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

ก่อนจะถามกลับไปอย่างงงๆ

ทำไมเหรอ

คิดถึงมั๊ย เสียงนุ่มที่ถามออกมาฟังดูออดอ้อน ทำเอาคนฟังหัวใจเต้นระรัว เผลอยิ้มหวานออกมา

เมื่อเย็นพึ่งเจอกันเองนะ เสียงหวานหูที่ตอบกลับไปทำให้เพื่อนๆในวงยิ่งหูผึ่ง

จากที่คอยเอียงหู เอียงคอ ฟังกันอยู่แล้ว ยิ่งเอียง กระแซะมากขึ้น

อย่างใคร่จะรู้ให้ได้ว่าสองคนนี้มันคุยอะไรกัน

แสดงว่าไม่คิดถึงเสียงนุ่มๆพ้อขึ้นมาเบาๆ

ทำเอามิวยิ้มกว้างออกมากับคนขี้ใจน้อย ใบหน้าหวานแดงซ่าน

ก่อนจะเอ่ยปากของตัวเองออกไปช้าๆ ชัดๆ ทีละคำราวกับจะช่วยทำให้อีกคนหายน้อยใจ

คิดถึงสิ คิดถึงมากคำตอบของมิวนอกจากจะทำให้คนปลายสายย้มกว้างอย่างสุขใจแล้ว

เพื่อนๆในวงที่นั่งล้อมอยู่ก็อดยิ้มกริ่มออกมาอย่างถูกใจไม่ได้

(อู๊ยยยย มันหวานกันซ้าคนแถวนี้สำลักน้ำตาลเป็นแถบๆ)

งั้นมิวไปซ้อมต่อเถอะนะ เราไม่กวนแล้ว

โต้งจะวางแล้วเหรอมิวถามเสียงอ่อย ยังไม่อยากวางเลยนี่นา

อื้อ เดี๋ยวจะไปอ่านหนังสือต่อ ถ้ามิวซ้อมเสร็จมิวโทรหาเรานะ จะรอ

โต้งบอกเสียงอบอุ่น ใจจริงอยากจะคุยอีกนานๆ

แต่กลัวมิวจะทำให้เพื่อนร่วมวงเสียเวลา เดี๋ยวจะยิ่งดึกไปกว่านี้ จึงตัดใจวาง

จ๊ะมิวตอบรับเสียงหวาน ก่อนจะกดตัดสาย

มองโทรศัพท์แล้วยิ้มหวานมากกก(ในสายตาของทุกคน)

ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเจอกับสายตาอยากรู้อยากเห็นของทุกคนในวง มิวทำไม่รู้ไม่ชี้

ไปซ้อมต่อดิสิ้นคำบอกของมิวทุกคนก็กุลีกุจอลุกไปซ้อม

จะมีแต่เพียงปิงปองที่หันมายิ้มล้อเลียนให้มิวได้หน้าแดงอีกรอบ.

...TBC...

...

...

...

วันนี้ได้ฤกษ์เอาฟิกมาลง กะลังกลุ้มว่ามันจะกี่ตอนจบ???

อยากให้ถึงวันที่สิบเจ็ดเร็วๆจะได้ไปดูที่เฮาส์

อ่านข่าวเรื่องดาราเด็กถูกดาราผู้ใหญ่กระโหลกกะลาแกล้ง

แล้วเศร้าจิต ที่เศร้ายิ่งกว่าคือพวกคอมเมนท์เข้าข้างดาราผู้ใหญ่อะ หาว่าเด็กแก่แดด

อยากรู้ว่าน้องเค้าแก่แดดตรงไหน???? แล้วทำให้เรื่องมันใหญ่ตรงไหน????

การปกป้องตัวเองนี่ถือว่าเป็นการทำเรื่องใหญ่เหรอ????

เพราะสังคมมีคนแบบนี้ประเทศถึงไม่เจริญซะที!!!!

ตอนนี้อยากไปญี่ปุ่นจังเลยยยยยยย เพื่อนไปเคาท์ดาวน์ที่ญี่ปุ่น อิจฉา หง่า

อิจฉาที่ได้ยืนอยู่ผืนดินเดียวก่าจิน หง่า หง่า ^o^

...

...

...

...ทุกชีวิตมีบาดแผล... แต่เราก็ต้องก้าวเดินต่อไป... ฟิ้ววววว...




ไม่มีสาระแต่อยากอัพ!!

...

...

...

เง้ยวันนี้ได้ฤกษ์มาอัพได ทั้งที่บอกจะอัพทุกวัน แต่ดันทำมะได้ 555555

ตอนนี้ยังลงโค๊ดเพลงไม่เป็นเลยอะ เซ็งเป็ด เซ็งไก่ จิงๆเลย

วิธีที่พี่เค้าสอนอะ ไอ้ตัวที่เค้าบอกให้คลิ๊กเก๊าะมะเห็นมีเลย เง้อ!!!!



...

...

...


วันนี้ตื่นมาด้วยความครึ้มอกครึ้มใจ

แม้ว่าเมื่อคืนจะนอนตีสามก้อบ่ยั่น นั่งเล่นเน็ตทั้งคืน5555

จากที่ไม่ได้เล่นมาหลายวันสะใจซ้า?????

วันนี้ก้อนั่งแช่หน้าคอมทั้งวัน มาคิดๆดูข้าเจ้านี่ช่างเป็นอินเตอร์เน็ตมาเนียซะจริงๆ

ที่นั่งหน้าจอทั้งวันเพราะ นั่งอ่านเรื่องกรูไม่ใช่เกย์ ของคุณเซ็งเป็ด

ตอนแรกที่เพื่อนบอกให้อ่านอ่า คิดว่าคงจะเฉยๆ งั้นๆ แต่ที่ไหนได้

อ่านแล้วไม่สามารถลุกจากหน้าคอมได้เลยนอกจากไปเข้าห้องน้ำ!!!!!!

เป็นเรื่องที่อ่านแล้วได้หลายอารมมากมาย ทั้งตลก ซึ้ง เศร้า

ที่สำคัญเรื่องนี้ทำให้อินอีกแล้ว อ่านไปร้องไห้ไป แบบไม่ไหวแล้ววว

ไม่อยากให้มันลงเอยอย่างนี้เลย แต่มันคือชีวิตจริงของคนคนนึง...มิใช่นิยาย...

แม้เราจะไม่อยากให้จบแบบนี้ แต่ชีวิตของเค้าก้อต้องดำเนินต่อไป

ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณเป็ดกับพระอ้อยจะเป็นยังไง ???

แต่เราก้อขอให้ทั้งสองคนมีความสุขกับทางที่ได้เลือกเดินละกันเนาะ

ความรักของทั้งสองคนมันดูบริสุทธิ์อะ บอกไม่ถูก

ความรักที่อ้อยให้เป็ดมันดูยิ่งใหญ่ คือถ้าใครรักข้าเจ้าได้เท่าก่าอ้อยรักเป็ดนี่รักตายเลย

อ่านแล้วตอนแรกสงสารอ้อยมากมาย ยิ่งอ่านไดอารี่ขี้ยาประกอบกะฟังเพลงอยากให้รู้ใจ ยิ่งแบบไม่ไหวแล้วอินไปใหญ่ ร้องโฮเลยเรา ดีนะที่อยู่ในห้องตัวเองไม่งั้นแม่คงตกใจว่าลูกตูเป็นบ้าอะไร

พอเหอะ...เดี๋ยวจะร้องอีกรอบ...บลา บลา...

พรุ่งนี้เจอกันนะ...เจ้าความรัก...

...

...

...

อีกไม่กี่วันก้อจะเข้าปีใหม่แล้วววววว

ทำไมไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรเลยว๊า

รู้แค่ว่าเวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน

แป๊บๆ ก้อจะขึ้นม.5 ละ...จากที่ปีที่แล้วยังอยู่ม.3 อยู่เลย

รู้สึกตัวเองจะไม่ได้โตขึ้นเล้ยยยย แผนที่วางไว้ว่าจะทำปีนี้ ก้อทำได้บ้างไม่ได้บ้าง T_T

ปีหน้าเอาใหม่ จะพยายามทำตามแผนที่ตั้งไว้ให้ได้ แง๊ว แง๊ว

ตอนแรกปีนี้กะจะขึ้นเชียงใหม่ เอาไปเอามาได้ไปเมืองกาญเฉย

แต่ก้อดีจะได้ไปล่องแพ แต่ก้อยังอยากกลับเชียงใหม่อ่า แงแง

รู้สึกวันนี้อัพหาสาระมิได้...แต่ยังอยากอัพ...

พอดีก่า ก่อนมันจะรั่วไปกว่านี้
...

...

...

อ๊ากกก ไปอ่านเจออคาเมะจากบล๊อกพี่แอนมา ไม่ไหวละน่าร๊ากกอ่า

MYOJO 2008/02

มีผู้หญิงเขียนโปสการ์ดเข้ามา ยินดีที่คอลัมน์ตอบเมลของ จินคาเมะ ครบรอบห้าปี

คาเมะเลยบอกว่า

"เค้าแสดงความยินดีมาว่าครบห้าปีก็จริง แต่จริงๆแล้ว หายไปครึ่งปี....."

แล้วจินก็

"แค่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" (ไอใหญ่เลย) 555+

พอโปสการ์ดอีกใบ คาเมะก็พูดงี้อีก จินมันก็ไออีก (น่าร๊ากกกกอ่าอ้วน)
.
.
.
แล้วก็ตัดมาตรงสัมภาษณ์มันจะมีจินพูดกับจุนโนะ

จุนโนะ : "จำได้มั้ย เมื่อ 7 ปี ก่อน เราเคยไปฮาวายด้วยกัน"

จิน : "จำไม่ได้อ่ะ แล้วไง ตอนนั้นฉันทำไรหรอ"

จุนโนะ : "ไม่รุ้ จำไม่ได้อะ"

จิน : "555+"ประมาณว่าจะพูดทำไม

จิน : "แต่ที่ฉันจำได้แม่นเลยก็คือ เมื่อ 4 ปีก่อนที่เราไปฮาวายด้วยกัน"

จุนโนะ : "อือ ตอนนั้น มีฉัน อาคานิชิ คาเมะ แล้วก็ ยามะชิตะไปร้องคาราโอเกะด้วยกันด้วย"

และจินก็บอกประมาณว่ามันร้องอยู่คนเดียวเลย จุนโนะเอาแต่นั่งคุย

จิน : "เจอดาราดังด้วย(คาเมรอน ดิแอซ) ได้เห็นมั๊ย"

จุนโนะ : "เอ่อ...ไม่อ่ะ ตอนนั้นฉันอยู่กับนายด้วยหรอ จำไม่เห็นได้เลย"

จิน : ".................คาเมะอยู่" (ฮิ้ววววววว,,,อยู่กันสองคนว่างั้นสิตอนนั้นน่ะ 555+)
.
.
.
Cartoon KAT-TUN...เมื่อพุธที่ผ่านมา,,

ตอนที่จินบอกว่าเจอก๊อปปี้คาเมะที่ชิบุย่า,,,

จินมันบอกว่า...

"วันนั้นเดินอยู่ที่ชิบุย่ากับเพื่อน

แล้วได้ยินเด็กผู้หญิงม.ปลายคุยกัน

ว่าเจอคาเมะนาชิคุงที่หน้าสตาร์บัคส์ ก็เลยเดินไปดู

เจอผู้ชายคนนึงยืนอยู่ใส่แว่น เลยพยายามจ้อง เพราะเหมือนคาเมะนาชิมากๆ

แต่มองๆแล้วก็รู้ว่าไม่ใช่...เพราะ คิ้วกระดกกว่าคาเมะ 15 องศา (555+สุดยอดอ่าจินรู้ละเอียดมั่ก)

แต่สุดท้ายก็เดินไปขอจับมืออยู่ดี"


คาเมะก็บอกว่า

"โกหกน่ะ บ้าเหรอ จับมือเนี่ยนะ 555+"

...

...

...

สุดท้าย...แค่อยากบอกว่า

รักจินเมะนะ ฟิ้วววววววว

...

...

...

The Love Of Siam II.part II

:::::Fic The Love Of Siam ll:::::

:::::Part II:::::


มิว มิว เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูทำให้มิว

สะดุ้งตื่นก่อนจะกระพริบตาถี่ๆอย่างมึนงง นี่เค้าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

สงสัยเพราะเมื่อคืนเอาแต่ร้องไห้หนักไปหน่อยคุยกันอยู่ดีๆเลยเผลอหลับไปซะได้

  หรือจริงๆแล้วอาจจะเป็นเพราะอ้อมกอดอันอบอุ่นที่แสนจะคุ้นเคย

ของคนที่นอนโอบเค้าอยู่ต่างหากที่ทำให